
สตาร์ทอัพโตกระโดด รุกเร็วสู่อาเซียน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
การขยายตลาดของธุรกิจทั่วไปอาจต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป บางรายต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างธุรกิจในประเทศบ้านเกิดให้แข็งแรง ก่อนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
แต่สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีเกิดใหม่ (เทค สตาร์ทอัพ) นั้น สามารถขยายตลาดออกไปได้อย่างคล่องตัวกว่า บางธุรกิจใช้เวลาเพียงไม่ถึงปีหรือปีกว่าก็สามารถขยายออกสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้ ธุรกิจเหล่านี้อาจมีวิธีคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั่วไปในการขยายตลาดได้
ยศพร ศรีชัยพฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี เดลิเวอรี่ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทจัดทำแอพพลิเคชั่น Deliveree ขึ้น ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณของบริษัท อินสไปร์ เวนเจอร์ ธุรกิจเงินร่วมลงทุน ซึ่งมีฐานอยู่ในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เริ่มเปิดตัวแอพพลิเคชั่นในไทยเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นในเดือน ก.ย. ก็เปิดตัวแอพพลิเคชั่นในอินโดนีเซียที่กรุงจาการ์ตาต่อเนื่อง
โมเดลธุรกิจของเดลิเวอรี่ มุ่งเน้นเจาะตลาดเอสเอ็มอีที่ต้องการขนส่งสินค้าหรือสิ่งของจำนวนไม่มาก และอาจไม่ได้ต้องการขนบ่อยนัก ให้ใช้บริการรถร่วมบริการในเครือของเดลิเวอรี่ในการขนส่งในปัจจุบัน บริษัทมีรถยนต์พร้อมให้บริการในไทยกว่า 600 คัน ได้แก่ รถอีโคคาร์ รถปิกอัพ และรถกระบะแบบมีตู้ ราคาจะขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขนส่ง ไม่เกี่ยวข้องกับสภาพการจราจร
ทั้งนี้ รายได้ในไทยเติบโตขึ้น 50-70% ต่อเนื่องทุกเดือน ขณะที่ในอินโดนีเซียเติบโตในอัตราที่สูงกว่านั้น บริษัทตั้งเป้าว่าจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอัตราดังกล่าวไปได้ต่อเนื่องถึงกลางปีหน้า จากนั้นจะเริ่มการระดมทุนอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ในปี 2559 นี้ยังมีแผนจะขยายตลาดของเดลิเวอรี่ไปยังประเทศอื่นในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายขยายไปจนทั่วอาเซียน
จิณห์วรา กิจเฉลา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แอนโดวาร์ ประเทศไทย เล่าว่า บริษัทเริ่มก่อตั้งธุรกิจที่แรกในไทยตั้งแต่ปี 2550 โดยชาวไอริช โดยมีธุรกิจหลักคือการแปลภาษาให้แก่เกม แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ อีเลิร์นนิ่ง และเอกสาร เป็นภาษาต่างๆ
วิธีการของบริษัทคือหาคนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยเฉพาะมาช่วยแปล จากนั้นจะมีคนท้องถิ่นอีกคนหนึ่งเป็นผู้แก้ไขผลงานของผู้แปลให้ เพื่อเป็นการประกันความถูกต้อง โดยบริษัทจะคิดค่าแปลตามจำนวนคำที่แปล ไม่ได้คิดเป็นหน้าเหมือนการรับจ้างแปลทั่วไป ทำให้มีค่าแปลถูกกว่า เมื่อแปลทั้งหมดเสร็จแล้ว ยังจะช่วยทดสอบระบบให้ด้วยว่าเมื่อแปลมาแล้ว ข้อความที่เปลี่ยนไปเป็นอีกภาษาหนึ่งจะไม่เกินจากภาษาเดิม
ด้วยธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ปัจจุบันบริษัทได้ขยายธุรกิจออกไปในประเทศอื่นอีก 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ โคลอมเบีย สหรัฐอเมริกา และอินเดีย มีลูกค้าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายทั้งในอาเซียนและในฝั่งตะวันตก
ด้าน ณัฐนันท์ เจนศักดิ์ศรีสกุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โปรแมนเดท ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทจัดทำแอพพลิเคชั่น ProMandate ให้บริการจับคู่ระหว่างเอสเอ็มอีหรือสตาร์ทอัพกับผู้ให้บริการด้านไอที การออกแบบ ภาษี และกฎหมาย โดยครอบคลุมการให้บริการภายใต้ทั้ง 4 ด้าน เช่น กฎหมายเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน
ทั้งนี้ บริษัทเริ่มทำตลาดในไทยเป็นที่แรก แต่บริษัทผู้สนับสนุนเงินทุนสัญชาติเวียดนาม มีแผนจะขยายตลาดต่อไปในประเทศอื่นในอาเซียนด้วย อย่างไรก็ดีอาจต้องรอดูธุรกิจในไทยแข็งแกร่งขึ้นอีกระยะหนึ่งก่อน เพราะปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้เก็บเงินจากผู้ให้บริการ
ขณะที่ ชลากร ก่อประภากิจ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โปรแมนเดท เสริมว่า ปัจจุบันบริษัทมีผู้ให้บริการทั้ง 4 บริการรวม 500-600 ราย มีความเคลื่อนไหวของการจับคู่ 10-20 คู่/วัน ผู้ที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุด คือบริษัทขนาดกลาง 50-60% ตามด้วยกลุ่มสตาร์ทอัพราว 30% และบริษัททั่วไป 5-10%
ทั้งนี้ การเข้ามาใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นของบริษัท จะช่วยให้ผู้ประกอบการหาผู้ให้บริการได้ง่ายขึ้น มีต้นทุนค่าบริการต่ำลง ขณะที่ยังได้ผู้ให้บริการที่มีความเป็นมืออาชีพ การขยายธุรกิจไปในอาเซียนในอนาคตคงใช้โมเดลที่คล้ายคลึงกัน







