
แนะปรับแผนเจาะทัวร์ญี่ปุ่น
ผู้ประกอบการตอก ททท.ไร้ทิศทางดึงทัวร์ญี่ปุ่นเที่ยวไทย แนะเจาะรายตลาดแต่ละเมือง
ผู้ประกอบการตอก ททท.ไร้ทิศทางดึงทัวร์ญี่ปุ่นเที่ยวไทย แนะเจาะรายตลาดแต่ละเมือง
นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องเร่งวางแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการตลาดประเทศญี่ปุ่นให้สอดคล้องกับการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ 3 หน่วยงานประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2563 จำนวน 2 ล้านคน
“สมาคมมองว่าเป้าหมายดังกล่าวเป็นไปได้ยาก เพราะ ททท.ไม่มีแผนกระตุ้นการตลาดที่ชัดเจน รวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยรองรับความต้องการของคนญี่ปุ่น ประกอบกับตลาดนี้มีความอ่อนไหวต่อทุกสถานการณ์ และต้องใช้ระยะเวลาการสร้างความเชื่อมั่นในการทำตลาดอย่างน้อย 3-6 เดือน” นายเอนก กล่าว
สำหรับแนวทางการทำตลาด ต้องรุกรายตลาดในแต่ละเมือง เบื้องต้นควรนำบริษัททัวร์จากประเทศญี่ปุ่นลงสำรวจเส้นทางความพร้อมของสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อนำไปโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น หรือช่วยออกค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์แพ็กเกจทัวร์ประเทศไทยอย่างน้อย 50% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บริษัททัวร์ญี่ปุ่นเสนอขายเส้นทางประเทศไทย
นายเอนก กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวมากนัก โดยเฉพาะการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ กลุ่มเยาวชน ขนาด 70-100 คน ยังชะลอการตัดสินใจมาไทย เพราะไม่เชื่อมั่นต่อความปลอดภัยภายหลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม ย่านราชประสงค์ การเดินทางในช่วงนี้จึงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตัวเอง (เอฟไอที) โดยเป็นกลุ่มที่มีความคุ้นเคยกับประเทศไทย ซึ่งมองว่าในปีนี้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะมาไทยประมาณ 1.2 ล้านคน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้ 1.3 ล้านคน
ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.ได้สั่งการให้สำนักงาน ททท.ในประเทศญี่ปุ่น ทุกสำนักงาน เร่งวางแผนยุทธศาสตร์การตลาด เบื้องต้นจะใช้ 3 สินค้าหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มอาหาร 2.กลุ่มวัฒนธรรมไทย และ 3.กลุ่มการกีฬา เป็นจุดขายหลักในการกระตุ้นให้คนญี่ปุ่นเดินทางมาไทย โดยเฉพาะกลุ่มกีฬา ซึ่งขณะนี้ได้จัดตารางการวิ่งมาราธอน เพื่อบรรจุไว้ในตารางการท่องเที่ยว เพราะตลาดนี้มีจำนวนประชากรมากกว่า 20 ล้านคนในญี่ปุ่น หากกระตุ้นให้เดินทางมาร่วมแข่งขันในประเทศไทยได้ เชื่อว่าจะช่วยขยายฐานนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก
ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยว พบว่า ในปีนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นกลุ่มตลาดที่เดินทางมาไทยเป็นอันดับ 3 โดยมีจำนวน 1.1 ล้านคน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 12% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยให้กับประเทศเป็นอันดับ 6 ประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน







