
รัฐกระตุ้นลงทุน... เศรษฐกิจพ้นวิกฤตหรือยัง?
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
ท่ามกลางความอึมครึมจากกรณีทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ จน ป.ป.ช.จะเข้ามาตรวจสอบ จะกลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่น เพิ่มประเด็นฮอตด้านการเมืองซึ่งนิ่งอยู่นาน
ขณะเดียวกันประเด็นด้านเศรษฐกิจก็ร้อนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจอัดฉีดงบกระตุ้นการลงทุนและค่าใช้จ่ายไปกว่าแสนล้านบาท ยังไม่รวมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทีมเศรษฐกิจเดินสายโรดโชว์เชิญชวนญี่ปุ่นและต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศ เอาว่างานนี้เดิมพันหมดหน้าตัก คงต้องลุ้นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดังที่หวังหรือไม่
คำถามว่ารัฐบาลเดิมพันขนาดนี้เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุดหรือยัง คงต้องอดใจอ่านให้จบก่อนจึงรู้คำตอบ จากข้อมูลของนายธนาคารใหญ่บางแห่ง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว เพราะมีการปล่อยสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาทในโครงการประมูล 4จี รอบแรก และรอบหลังคงเป็นหลักหมื่นล้านเช่นกัน ทำให้ยอดสินเชื่อธนาคารของธนาคาร (รายนั้น) เข้าเป้า แต่เงินพวกนี้ไม่ได้หมุนเวียน เพราะเป็นค่าสัมปทานเข้ากระเป๋ารัฐบาลหมด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรวมของสถาบันการเงินทั้งระบบยังมีสภาพคล่องล้น เพราะยังกังวลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อยกเว้นที่เป็นรายใหญ่ๆ
ในด้านการลงทุนของรัฐ ในสิ้นปีนี้จะเร่งทำสัญญาโครงสร้างพื้นฐาน 1.78 แสนล้านบาท และปีหน้าจะไม่น้อยกว่า 1.6 แสนล้านบาท เฉพาะเงินสองก้อนนี้มีมูลค่าอยู่ในจีดีพีประมาณ 2.6% แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหาเม็ดเงินจริงมาลงทุน ซึ่งก็คงไม่เร็วไปกว่ากลางปีหน้า
แต่ต้องเข้าใจว่าการลงทุนในโครงสร้างใหญ่ของรัฐบาลนั้น เงินหมุนเวียนลงไปถึงชาวบ้านคงไม่มากนัก เพราะไปกระจุกตัวอยู่ในบริษัทรับเหมาไม่กี่บริษัท
ทั้งนี้ เศรษฐกิจปี 2559 จะหวังพึ่งส่งออกคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ขณะที่การลงทุนเอกชนปีนี้คงติดลบ และปีหน้าคงรั้งๆ รอๆ ให้ภาพเศรษฐกิจชัดเจน คงต้องพึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง ซึ่งจะมีการดันนโยบายประชารัฐสู่รากหญ้า ส่วนเม็ดเงินยังไม่ทราบว่ามีเท่าใด แต่มีข่าวว่ารัฐบาลจะใช้วิธีทอดผ้าป่าระดมทุนโดยขอความร่วมมือให้เอกชนรายใหม่ๆ คืนกำไรมาช่วยรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในทางปฏิบัติยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะส่วนใหญ่พวกเศรษฐีหากไม่มีผลประโยชน์แล้วค่อนข้างจะควักกระเป๋ายาก
การที่จะฟันธงว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวต้องไปดูที่การบริโภคของประชาชน ซึ่งตัวเลขโดยรวมยังเป็นบวกเล็กน้อย เพราะได้อานิสงส์จากภาคท่องเที่ยวเข้ามาช่วย อีกทั้งราคาสินค้าเกษตรที่ถดถอย และปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะประสบในปีนี้จนไปถึงปีหน้า จะส่งผลต่อกำลังซื้อในต่างจังหวัด
ในความเห็นของผม จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบวกกับฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีที่แล้วอยู่ในเกณฑ์ต่ำคือ ขยายตัวได้ 0.7% ปี 2558 เศรษฐกิจอาจขยายตัวได้เป็นบวกประมาณ 3% คงบอกได้ว่าเศรษฐกิจไทยคงเลยจุดต่ำสุด แต่ในปีหน้าหากจะให้โตได้เท่ากับปี 2558 คงต้องมีอะไรให้จับต้องมากกว่าที่เป็นอยู่
ที่สำคัญเงินในกระปุกหากยังมี คงต้องเร่งเอามาใช้ แต่อย่าไปถอนขนห่าน ขนเป็ดจากพวกผม...นะครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







