
ธนาคารกลางยุโรป จะอัดฉีดเงินเข้าระบบเพิ่มหรือไม่
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะทยอยอ่อนค่าและเคลื่อนไหวในกรอบ 35.70-36.00 ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากกำลังเข้าสู่เดือน ธ.ค. ที่จะมีเหตุการณ์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามากมาย เริ่มตั้งแต่การประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ซึ่งนักลงทุนมองว่าอีซีบีจะประกาศเพิ่มการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินอีกขนานใหญ่ จากปัจจุบันที่เข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลยุโรปเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร และยังอาจปรับลดดอกเบี้ยลงให้ติดลบมากขึ้นด้วย ซึ่งขณะนี้อีซีบีมีการคิดค่าปรับสถาบันการเงินที่ฝากเงินไว้กับอีซีบีมากเกินเกณฑ์การกันสำรองที่อัตราดอกเบี้ยลบ
0.20% โดยมีข่าวออกมาจากสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า อีซีบีมีทางเลือกที่เป็นไปได้ 2 ทาง ทางแรก คือ การปรับลดดอกเบี้ยนี้ลงมาอีก 0.10% เป็นลบ 0.35% หรืออาจใช้อัตราดอกเบี้ย 2 ระดับ โดยคิดค่าปรับสถาบันการเงินที่ฝากเงินไว้กับอีซีบีเป็นจำนวนมากในระดับที่สูงกว่า เช่น ลบ 0.50% เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าอีซีบีจะเลือกทางไหน สิ่งที่สำคัญ คือ อีซีบีจะต้องทำให้ตลาดตกใจด้วยการออกมาตรการขนาดใหญ่กว่าที่ตลาดคาดไว้ มิเช่นนั้นตลาดอาจผิดหวังและเงินยูโรอาจกลับมาแข็งค่าได้ ส่วนในฝั่งของเงินเหรียญสหรัฐ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (นางเยลเลน) จะแถลงการณ์ต่อรัฐสภาในวันที่ 3 ธ.ค.เช่นเดียวกัน ซึ่งเรามองว่าเธอจะกล่าวสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.อีกครั้ง ซึ่งอาจหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อ โดยเฉพาะเมื่อเราเข้าใกล้การประชุมของเฟดในวันที่ 15-16 นี้ ส่วนในวันศุกร์ต้นเดือน เราจะได้เห็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือน พ.ย. ซึ่งนักวิเคราะห์ในตลาดคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2 แสนตำแหน่ง ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้มากที่ตัวเลขการจ้างงานจะออกมาดี เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมักขยายตัวได้ดีในช่วงไตรมาสสุดท้าย เป็นอีกปัจจัยที่จะหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอีกเล็กน้อย ดังนั้นเดือนนี้จึงเป็นเดือนที่ต้องจับตามองกันอย่างไม่พลาดทีเดียว
สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 35.73 โดยอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน หลังจากประธานเฟดสาขาต่างๆ ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. โดยเฉพาะนายจอห์น วิลเลียมส์ ซึ่งเป็นประธานเฟดสาขาซานฟรานซิส โก ได้ย้ำว่าเฟดควรจะขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อและภาวะตลาดแรงงานสหรัฐปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จนอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐใกล้เข้าสู่ระดับศักยภาพแล้ว แต่เงินบาทกลับไม่อ่อนค่าลงมากเนื่องจากไทยเกินดุลการค้าค่อนข้างสูง โดยการส่งออกไทยเดือน ต.ค. สะท้อนว่า แม้การส่งออกของไทยจะหดตัวเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกันที่ 8.11% แต่การนำเข้าที่หดตัวมากถึง 18.21% ไทยจึงเกินดุลการค้าสูงมาก ทำให้เงินบาทมีเสถียรภาพมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตรกว่า 1 หมื่นล้านบาท จึงทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อยไปปิดตลาดที่ 35.82 (ณ วันศุกร์เวลา 17.00 น.)







