
อย่าเสียเปรียบ
ถือว่าเป็นผลสำเร็จเกินคาด สำหรับกิจกรรมการยกทัพรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นักลงทุนรายใหญ่ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย
ถือว่าเป็นผลสำเร็จเกินคาด สำหรับกิจกรรมการยกทัพรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นักลงทุนรายใหญ่ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยไปร่วมโรดโชว์ในประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะ
แต่ที่เกินคาดไปกว่านั้น คือการที่คณะของนายสมคิดได้เข้าร่วมหารือกับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ที่นอกจากจะหารือการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจในรูปแบบทวิภาคีกับญี่ปุ่นแล้ว การเข้าพบครั้งนี้ยังทำให้ไทยต้องตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาศึกษาเรื่องการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ตามการสนับสนุนของฝ่ายญี่ปุ่น และการกดดันจากภาคเอกชนของไทย
ในด้านกลับกัน การเปิดตัวแสดงความสนใจจะเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพีครั้งนี้ กลับมีแรงต้านมากมายจากหลายกลุ่ม ที่เห็นว่าการเข้าร่วมทีพีพีครั้งนี้ไม่ได้มองเจาะลึกไปถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับหลายภาคส่วนของไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกร ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ไปจนถึงการเข้าถึงยาของประชาชนผู้มีรายได้น้อย
ซึ่งหากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการใช้ข้อตกลงทีพีพีเป็นแรงดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในไทย ก็ควรจะศึกษาข้อดีข้อเสียให้รอบด้าน และเตรียมหามาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกด้วย เพราะคงไม่มีใครอยากเห็นการต่อต้านของฝูงชนด้วยความรุนแรงเหมือนครั้งการเจรจาข้อตกลงเปิดเสรีการค้าไทย-สหรัฐ ที่เชียงใหม่ เมื่อปลายปีก่อน
นอกจากนี้ การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ หรือการลงทุนสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของไทย อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ของคนในชาติไปแลกกับข้อตกลงที่ยังไม่ได้ศึกษาผลดีผลเสียอย่างจริงจังเพียงด้านเดียว
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย และแก้ปัญหาคอขวดในการขนส่งต่างๆ ให้ได้ตามที่ประกาศออกมาก็เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในภาวะเช่นนี้
แต่การที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กระทรวงคมนาคมจะมีการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างปีนี้ถึง 6 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 1.8 แสนล้านบาท แต่ไม่ได้ประกาศว่าเป็นโครงการอะไรบ้าง ขั้นตอนการดำเนินงานก้าวหน้าไปเพียงใดแล้ว แทนที่จะสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ กลับจะทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดต่ำลง
การเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐให้ได้ตามแผนที่ประกาศไว้ และมีเม็ดเงินลงทุนได้จริง ในขณะนี้เป็นเพียงวิถีทางเดียวของรัฐบาลชุดนี้ที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยขึ้นมาจากหล่มลึกได้
และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้จริง โดยที่ไทยไม่ต้องไปทำข้อตกลงที่หมิ่นเหม่ให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ และเกิดความเสียเปรียบในเวทีการค้าระดับโลกอีกด้วย







