posttoday
ปรับพอร์ตตราสารหนี้ หนีดอกเบี้ยขาขึ้น?

ปรับพอร์ตตราสารหนี้ หนีดอกเบี้ยขาขึ้น?

27 พฤศจิกายน 2558

ใกล้การประชุมธนาคารกลางสหรัฐเข้าไปทุกที สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ก็คือ ดอกเบี้ยตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับตัวขึ้นได้ดี และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เราก็ยังเห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้เราไปนั่งอ่านบทสนทนาว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้อย่างไรกันบ้าง

ใกล้การประชุมธนาคารกลางสหรัฐเข้าไปทุกที สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ก็คือ ดอกเบี้ยตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับตัวขึ้นได้ดี และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เราก็ยังเห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้เราไปนั่งอ่านบทสนทนาว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้อย่างไรกันบ้าง

ชยนนท์ นักลงทุนไทยที่ชอบลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ จะเลือกว่าลงทุนกองไหนดี ส่วนใหญ่เลือกง่ายๆ นะครับ เปิดดูผลตอบแทนย้อนหลังว่าสูงดีหรือเปล่า กองไหนสูงกว่า ก็จัดการลงทุนในกองทุนนั้นไปเลย

เจษฎา ซึ่งเป็นวิธีการลงทุนที่ผิดเอามากๆ นะครับ จริงๆ ไม่ว่าจะกองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนหุ้น เราจะดูแค่ผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้อยู่แล้ว

ชยนนท์ แล้วคุณเจทแนะนำให้ดูอะไรเพิ่มเติม?

เจษฎา ปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทนของกองทุนรวมตราสารหนี้ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่แปรเปลี่ยนไป การจะดูว่ากองทุนไหนอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยในตลาด ปกติเราใช้ “Modified Duration” หรืออายุเฉลี่ยในพอร์ต ของกองทุนแต่ละกองทุน ในการพิจารณาครับ

ชยนนท์ ถ้า “Modified Duration” ของกองทุน A สูงกว่า กองทุน B หมายความว่าอย่างไร?

เจษฎา หมายความว่า กองทุน A มีตราสารหนี้ระยะยาวอยู่ในพอร์ตมากกว่ากองทุน B ซึ่งจะทำให้หากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจริงๆ จะส่งผลลบต่อกองทุน A มากกว่าครับ

ชยนนท์ แสดงว่า ทางตรงกันข้าม ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มลดลง กองทุน A ก็จะมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่าด้วยสินะ

เจษฎา ใช่แล้ว ผมยกตัวอย่างนะ เช่น กองทุน A ลงทุนในพันธบัตรสหรัฐ อัตราผลตอบแทนที่กองทุนล็อกไว้คือ 2% ถ้าเฟดประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย Yield Curve ของตราสารหนี้จะปรับตัวขึ้น ทำให้ตราสารหนี้ตัวใหม่ที่ถูกประมูลในตลาด จะให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นด้วย คราวนี้ลองคิดสิครับ ถ้าตราสารหนี้ในกองทุน A ยังขายที่ราคาเท่าเดิม และให้ผลตอบแทนที่ 2% เท่าเดิม ใครจะมาซื้อ?

ชยนนท์ ราคาตราสารหนี้ในตลาดเลยต้องปรับตัวลดลงมา เพื่อให้อัตราผลตอบแทนใกล้เคียงกับตราสารหนี้ตัวใหม่ๆ ที่ออกมาหลังจากดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นไปแล้วนั้นเอง แบบนี้เฟดกำลังจะขึ้นดอกเบี้ย เราก็ไม่ควรลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้สินะ ว่าแต่ ขายออกตอนนี้จะเอาไปลงทุนอะไรแทนล่ะ?

เจษฎา ถ้าเป็นกองทุนที่ถือหรือลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐทั้งหมดหรือลงทุนในสัดส่วนที่สูง ก็สมควรที่นักลงทุนจะลดความเสี่ยงด้วยการย้ายมาลงทุนในกองทุนที่มี Duration สั้นลงมาหน่อย จริงๆ แล้ว ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ก็คำนึงถึงเรื่องนี้ครับ เขาจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับสภาพตลาดแต่ละช่วงอยู่แล้ว ดังนั้นทางที่ดีแนะนำคุยกับ บลจ.ถึงแนวทางการปรับพอร์ตโดยตรงเลยจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นครับ

ชยนนท์ กองทุนตราสารหนี้พวก Global Bond ที่มีสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐเยอะๆ ก็ควรต้องหลีกเลี่ยงไปก่อนสินะครับ ไม่งั้นตอนเฟดขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ กองทุนพวกนี้ก็มีโอกาสติดลบได้

เจษฎา ปรับลดพอร์ต ไม่ใช่การขายออกทั้งหมดนะครับ อย่างที่บอกว่า ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้เขาจะพิจารณาปรับพอร์ตกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่มีทางเลือกไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น นอกจากตราสารหนี้ ไม่เหมือนพวกกองทุนผสม ที่โยกย้ายไปมาได้ระหว่างหุ้นกับตราสารหนี้

ชยนนท์ แล้วกองทุนตราสารหนี้ในไทยล่ะ คุณเจทมองยังไง

เจษฎา ถ้าเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกู้เอกชนเยอะหน่อย ผมมองว่ายังถือได้ครับ เพราะถือว่ายังมีดอกเบี้ยสูงกว่าพวกพันธบัตรรัฐบาลพอสมควร ดังนั้นจังหวะช่วงเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเช่นนี้
ถึงแม้โอกาสที่ไทยเราจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจะน้อยมากๆ ก็ตาม ถือเป็นช่วงเวลาที่ควรหันมาดูพอร์ตและปรับสัดส่วนให้เหมาะสม รองรับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดกันดีกว่าครับ 1) ลด Duration ของพอร์ตลง 2) ลดการถือพันธบัตรรัฐบาล 3) เพิ่มตราสารหนี้ภาคเอกชน 4) เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นบ้างครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ