
TTCLยันไม่เพิ่มทุน
TTCL ย้ำไม่เพิ่มทุนมีเงินพอทำธุรกิจ พร้อมเดินหน้าทำโรงไฟฟ้าเมียนมา 1,280 เมกะวัตต์
TTCL ย้ำไม่เพิ่มทุนมีเงินพอทำธุรกิจ พร้อมเดินหน้าทำโรงไฟฟ้าเมียนมา 1,280 เมกะวัตต์
ราคาหุ้นของบริษัท ทีทีซีแอล (TTCL) ยังคงปรับตัวลดลง 0.50 บาท ปิดที่ระดับ 18.20 บาท หลังจากมีกระแสข่าวว่าบริษัทจะต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน
นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการเงิน การบัญชี และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท TTCL เปิดเผยว่า ทางบริษัทขอปฏิเสธข่าวดังกล่าวและยังไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับการเพิ่มทุนในขณะนี้แต่อย่างใด เนื่องจากยังมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินงานในปัจจุบัน
สำหรับการดำเนินงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1,280 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเมียนมา บริษัทยังคงดำเนินการตามพันธสัญญาตามปกติ และมีความมั่นใจในรัฐบาลของเมียนมาต่อความสำคัญของโครงการดังกล่าว ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการจัดเตรียมแผนการเงินของโครงการ ซึ่งในแผนดังกล่าวไม่ได้อาศัยการเพิ่มทุนของ TTCL แต่ประการใด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าบริษัทยืนยันแนวทางในการหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาพัฒนาโรงไฟฟ้าที่เมียนมา โดยการนำบริษัทลูกซึ่งมีสถานะเป็นโฮลดิ้งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ รวมถึงการเปิดทางให้พันธมิตรเข้ามาร่วมถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าด้วย
ปัจจุบัน TTCL มีทุนจดทะเบียน 560 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์แนะนำว่า หุ้น TTCL เต็มมูลค่า จากเดิมที่แนะนำซื้อให้ราคาพื้นฐาน 17.30 บาท ปรับลดลงจากเดิม 32 บาท ส่วนหนึ่งมาจากข่าวลบเรื่องโรงไฟฟ้า 1,280 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเมียนมาเลื่อนออกไป และจากการสอบถามผู้บริหารว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่เมียนมา มูลค่า 4.9 หมื่นล้านบาท จะมีความล่าช้าออกไปอย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากประเทศเมียนมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งบริษัทคาดว่าจะลงนามในสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) ให้กับรัฐบาลเมียนมาได้ประมาณเดือน มิ.ย. 2559 จากเดิมคาดว่าประมาณเดือน ธ.ค. 2558 แต่ที่จะยกเลิกโครงการไปเลยนั้น มีโอกาสจะเกิดขึ้นน้อย เพราะประเทศเมียนมายังขาดแคลนแหล่งไฟฟ้า ดังนั้นตามสมมติฐานใหม่ให้งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้เริ่มได้ครึ่งหลังปี 2560 แต่บริษัทยืนยันว่าจะสามารถทำได้ในไตรมาส 4 ปี 2559
ขณะเดียวกัน แนวโน้มธุรกิจ EPC ดูอ่อนลง จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดต่ำลง สำหรับปี 2558 และ 2559 ทาง บล.ดีบีเอสฯ คาดไว้ที่ 5.1% และ 5.3% ตามลำดับ แต่ทางบริษัทให้แนวทางไว้ที่ 6% นอกจากนี้ได้ปรับลดการได้งานในปีนี้ลงเป็น 2.68 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ 3 หมื่นล้านบาท แต่ปี 2559 และ 2560 เพิ่มเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ 2 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับมูลค่าที่บริษัทเข้าประมูล ขณะเดียวกันได้มีการปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2558 2559 และ 2560 ลงถึง 13% 53% และ 68% ตามลำดับ สะท้อนเรื่องโรงไฟฟ้าเมียนมาที่เลื่อนออกไป
สำหรับผลดำเนินงานของ TTCL ในงวดไตรมาส 3 ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 111.31 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 141.29 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 302.58 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 445.74 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลการดําเนินงาน 9 เดือน TTCL มีกำไรขั้นต้น 1,008 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องมาจากการลดลงในรายได้จากการก่อสร้างตามสัญญาสัมปทานและอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจ EPC ประกอบกับส่วนแบ่งผลขาดทุนจากกิจการร่วมค้าในประเทศเวียดนาม และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มระหว่างงวดทำให้กำไรสุทธิลดลงเป็นจำนวน 390 ล้านบาท หรือลดลง 14% และบริษัทบันทึกผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่าเงินจำนวน 422 ล้านบาท สาเหตุมาจากการอ่อนค่าเงินบาทระหว่างงวดเป็นผลมีกำไรเบ็ดเสร็จเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็นจำนวน 812 ล้านบาท อย่างไรก็ตามส่วนแบ่งปันกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นถูกบันทึกเป็นจำนวน 303 ล้านบาท
ขณะที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 4% เป็น 1.55 หมื่นล้านบาท รายได้มาจากการบริหารงานโรงไฟฟ้า 120 เมกะวัตต์ CCGT ในประเทศเมียนมา-โครงการ Ahlone และ ณ สิ้นไตรมาส 3 ความคืบหน้าโดยรวมของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศ 5 โครงการกว่า 80% และคาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2559 โครงการ Malaysia’s RAPID และโครงการ Qatar’s Desalination ยังคงมีบทบาทและเป็นโครงการที่สำคัญในปี 2559 เนื่องจากความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างยังคงน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าสัญญา
นอกจากนี้ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2558 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด-ยอดคงเหลือปลายงวดจำนวน 1,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108 ล้านบาท จากวันที่ 30 ก.ย. 2557 เป็นผลมาจากกระแสเงินสดสุทธิใช้ในกิจกรรมดำเนินงานเป็น 1,256 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ในกิจกรรมลงทุนเป็น 105 ล้านบาท และกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็น 830 ล้านบาท







