posttoday
เสนอตั้งสภาคนโลจิสติกส์ ผุดมาตรฐานเชื่อมเพื่อนบ้าน

เสนอตั้งสภาคนโลจิสติกส์ ผุดมาตรฐานเชื่อมเพื่อนบ้าน

27 พฤศจิกายน 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชาติสมาชิกอาเซียนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันภายในภูมิภาคและอนุภูมิภาค จะเห็นได้ว่ามีการลงนามข้อตกลงและประกาศใช้แผนแม่บทหลายฉบับภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ เช่น การจัดทำแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงของอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity) การจัดทำระเบียงเศรษฐกิจเส้นทางต่างๆ ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) และการศึกษาของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี)

แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่จะต้องตามมาจากความเชื่อมโยงเหล่านี้ คือ โลจิสติกส์ แต่ปัญหาคือโลจิสติกส์ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ยังต้องรวมถึงการพัฒนาส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะ “คน” ควบคู่กันไปด้วย

มนูญ พรรณพลีวรรณ ประธานที่ปรึกษาสมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต ฉายภาพว่า ตัวชี้วัดความเจริญของแต่ละประเทศนั้นประกอบด้วย 2R และ 4PL เริ่มต้นจาก 2R ได้แก่ 1.Road หรือถนน เมื่อมีถนนไปที่ไหนที่นั่นก็เจริญ เช่นเดียวกับ 2.Rail หรือราง ปัจจุบันผู้คนเดินทางด้วยระบบรางมากขึ้น การขนส่งบางอย่างก็พึ่งพาระบบรางเช่นกัน

ขณะที่ 4PL ได้แก่ 1.Powerline หรือสายไฟ เมื่อมีไฟฟ้าเข้าถึงความเจริญด้านต่างๆ ก็เกิดขึ้น 2.Pipeline หรือท่อน้ำมันหรือท่อก๊าซ เพื่อใช้ในการอุปโภค 3.Phoneline หรือสายโทรศัพท์ เพื่อให้การสื่อสารเชื่อมโยงถึงกัน และ 4.Professional Logistics หรือบุคลากรวิชาชีพและความพร้อมความชำนาญด้านโลจิสติกส์ ทั้งหมดคือตัวชี้วัดที่สำคัญ โดยเฉพาะ PL ตัวสุดท้าย

“ตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นสากลเปรียบเทียบได้ทั่วโลก เรื่องโลจิสติกส์ก็เหมือนกัน เพราะทุกคน ทุกประเทศต้องเดินทาง เช่น อินเดีย เราต้องยอมรับว่าเขายังต้องปรับปรุงและพัฒนาด้านโลจิสติกส์เพิ่มเติม”

มนูญ ระบุว่า ที่ผ่านมาคนค่อนข้างให้ความสำคัญกับการพัฒนาปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ เช่น การทำป้ายต่างๆ ให้เป็นสากล การพัฒนารถ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญและยังขาดการพัฒนามากในประเทศไทย คือ การพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพโลจิสติกส์ให้มีความพร้อมและสามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เมื่อจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ไทยและประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มที่มีชายแดนติดต่อกันทางบกจะเชื่อมโยงเข้าหากันมากขึ้น ภายใต้ความตกลงกรอบต่างๆ ดังนั้นไทยจึงควรพัฒนามาตรฐานกลางวิชาชีพโลจิสติกส์ วางแผนการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบมาตรฐานแก่บุคลากรในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หากบุคลากรของทุกประเทศในกลุ่มมีมาตรฐานทางวิชาชีพที่ดี ก็จะช่วยสร้างความเจริญให้แก่ภูมิภาคได้

จำเรียง วัยวัฒน์ รองนายกสมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต มองว่าที่ผ่านมาไทยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และให้การพัฒนาโลจิสติกส์ด้านอื่นๆ เป็นส่วนสนับสนุน ทั้งที่ในความเป็นจริงควรพัฒนาโลจิสติกส์ด้านอื่นๆ โดยเฉพาะบุคลากรเป็นตัวนำ แล้วบูรณาการแก้ปัญหาต่างๆ ไปพร้อมกัน

“การพัฒนาบุคลากรวิชาชีพโลจิสติกส์ คือการสร้างงาน สร้างวิชาชีพ และช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้คนและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับด้านโลจิสติกส์ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของไทย คือโลจิสติกส์ยังไม่ถูกกำกับโดยหน่วยงานใดอย่างเป็นรูปธรรม สมาคมจึงพยายามผลักดันให้มีการจัดตั้งสภาวิชาชีพโลจิสติกส์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดการกำกับดูแล

ปัจจุบัน สภาวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ก็มีสังกัดเป็นของตัวเองแล้ว เช่น สภาสถาปนิก สภาวิศวกร มีสภานายกพิเศษ คือ รมว.มหาดไทย แต่สำหรับสภาวิชาชีพโลจิสติกส์นั้น เห็นว่าควรสังกัดกับกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่พัฒนาคนและทักษะวิชาชีพของคนโดยตรง

สำหรับยุคประชาคมอาเซียนจำเป็นต้องมีการพัฒนามาตรฐาน ทั้งในแกนตั้งและแกนนอนรวมถึงพัฒนาคนให้มีทักษะข้ามกันไปมาได้ แรงงานวิชาชีพต้องมีทักษะหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

ขณะที่ดัชนีวัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ (LPI) จัดทำโดยธนาคารโลก ล่าสุด เมื่อปี 2557 ได้สำรวจ 160 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ผ่าน 6 หมวดตัวชี้วัด พบว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีค่าดัชนีภาพรวมสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก ตามด้วยมาเลเซีย อันดับ 25  ไทย อันดับ 35 เวียดนาม 48 อินโดนีเซีย 53 ฟิลิปปินส์ 57 กัมพูชา 83 สปป.ลาว 131 และเมียนมา 145

ในบรรดา 6 ตัวชี้วัด มี 1 ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรวิชาชีพ นั่นคือตัวชี้วัดด้านความสามารถโลจิสติกส์ ซึ่งชี้วัดขีดความสามารถและคุณภาพการบริการของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ

หากยึดจากตัวชี้วัดดังกล่าวเพียงตัวชี้วัดเดียว จะพบว่า สิงคโปร์จะขยับลงมาอยู่อันดับ 8 มาเลเซีย อันดับ 32 ไทย อันดับ 38 อินโดนีเซีย 41 เวียดนาม 49 ฟิลิปปินส์ 61 กัมพูชา 89 ลาว 129 และเมียนมา 156

นั่นหมายความว่า ประเทศไทยและหลายประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้อันดับความสามารถโลจิสติกส์ต่ำกว่าอันดับภาพรวมของตัวเอง

การใส่ใจการพัฒนา “คน” คือต้นทุนสำคัญในการพัฒนาชาติและภูมิภาคให้ก้าวไกล นี่อาจเป็นเวลาที่หน่วยงานภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้มากขึ้นและให้เป็นรูปธรรม มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้ไทยมีบุคลากรด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน บริการปลอดภัย เชื่อมโยงสู่ระดับภูมิภาคและเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ