
วอชบ๊อกซ์24 ซักรีดออนไลน์
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
สตาร์ทอัพไทยชื่อดัง เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ กวาดรางวัลมาทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก และยังเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพไทยที่กำลังมีนักลงทุน หรือเวนเจอร์ แคปปิตอล (VC) สนใจติดต่อร่วมทุนอีกราย กับ “WashBox24” พร้อมแนวทางสร้างสตาร์ทอัพไทยเติบโตในระดับโลก
“นิธิพนธ์ ไทยานุรักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วอชบ๊อกซ์24 (ประเทศไทย) ที่เป็นบริการซักรีดรูปแบบล็อกเกอร์รายเดียวในเอเชีย เปิดเผยว่า ผลการเปิดให้บริการซักรีดรูปแบบล็อกเกอร์ที่มีจุดเด่นคือ การเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีความโปร่งใสและสะดวก ลูกค้าสามารถตามติดข้อมูลเสื้อผ้าผ่านแอพพลิเคชั่นได้ และสามารถรับเสื้อที่ซักรีดได้ในวันรุ่งขึ้นทันที
ขณะเดียวกันยังคิดอัตราค่าบริการในระดับไม่แพง โดยราคาซักรีดจะคิดอัตรา 16 บาท/ตัว และถ้ารีดอย่างเดียวจะคิดอัตรา 10 บาท/ตัว จากจุดแตกต่าง ทั้งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และราคาที่คุ้มค่า ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เพราะยังไม่มีบริการแบบนี้ในไทย ซึ่งลูกค้าสามารถใช้บริการได้ผ่าน www.washbox24.com
อีกทั้งบริษัทได้พัฒนาระบบของล็อกเกอร์ที่ไม่ได้เป็นแค่ล็อกเกอร์ธรรมดา แต่เชื่อมโยงข้อมูลว่ามีลูกค้ามาใช้บริการหรือยัง เชื่อมโยงไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้า อีกทั้งล็อกเกอร์นี้ยังสามารถให้บริการไปจนถึงการรับสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อผ่านออนไลน์ก็ให้มารับผ่านล็อกเกอร์ได้ทันที หรือการรับฝากสินค้าต่างๆ โดยระบบนี้บริษัทได้พัฒนาเองที่มีความสมบูรณ์แบบสูงสุด และได้จดสิทธิบัตรไว้แล้ว
รวมถึงมีการติดบาร์โค้ดที่เสื้อทุกตัว ทำให้รู้ข้อมูลเสื้อทั้งหมด รวมทั้งมีระบบ Closet+ คือ ระบบติดตามเสื้อผ้าและสินค้าด้วยระบบออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นเอง ทำให้ลูกค้าสมาชิกติดตามประวัติของเสื้อผ้าหรือสินค้าต่างๆ และดูรูปเสื้อผ้าหรือสินค้าต่างๆ ได้
“ระบบต่างๆ ทีมงานของบริษัทคิดค้นเองทั้งหมด เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับองค์กร และได้ต้นทุนที่คุ้มค่า สามารถพัฒนาไปได้ต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด” นิธิพนธ์ กล่าว
นิธิพนธ์ กล่าวอีกว่า ผลการเปิดให้บริการมาประมาณ 2 ปี มีลูกค้ามากกว่า 2,000 คน และมีจำนวนสาขากว่า 43 สาขา เน้นพื้นที่ตามคอนโดมิเนียม บริเวณใกล้เคียงกับรถไฟฟ้า และได้ขยายไปจนถึงธุรกิจแฟรนไชส์ที่คิดค่าลงทุนไว้ที่ 1.2 แสนบาท/ตู้ จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 2 ปี พร้อมกับวางเป้าหมายว่า 3 ปี จะมีตู้ให้บริการรวม 200 ตู้ในประเทศไทย
อุปสรรคในการทำผลิตภัณฑ์ WashBox24 จะมีช่วงแรกที่ผลิตล็อกเกอร์ออกมา และลูกค้าไม่รู้จัก ไม่เข้าใจว่าคืออะไร เพราะไม่ได้เขียนว่าเป็นล็อกเกอร์ที่ให้บริการซักรีด ดังนั้น จึงได้ปรับล็อกเกอร์ใหม่ที่เขียนอธิบายไว้อย่างชัดเจน ถือเป็น การปรับตัวที่รวดเร็ว ทำให้เดินหน้าขยายตลาดต่อไปได้
สำหรับในไตรมาสแรกของปี 2559 จะขยายธุรกิจไปในประเทศสิงคโปร์ เพราะมีพันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจลงทุนแล้ว โดยตลาดของประเทศสิงคโปร์ยังไม่มีรูปแบบนี้มาก่อน รวมทั้งสนใจขยายตลาดไปในหลายประเทศทั่วเอเชีย จากระบบของธุรกิจที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกประเทศทั่วโลกได้
นิธิพนธ์ กล่าวว่า จากจุดแข็งของแบรนด์ที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกประเทศทั่วโลก ทำให้เริ่มมี VC ติดต่อขอร่วมทุนกับบริษัทแล้วจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจที่จะเติบโตต่อไป ส่วนจากการที่ WashBox24 ได้ไปประกวดในหลายเวทีสตาร์ทอัพในตลาดประเทศ พบว่า สตาร์ทอัพไทยบางส่วนจะเน้นตลาดเฉพาะในประเทศไทย แต่อยากให้มองถึง ตลาดขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เพื่อให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ไปใช้ต่างประเทศได้
หากผลิตภัณฑ์สามารถนำไปใช้ทั่วโลกได้ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลก จะกลายเป็นสินค้าที่นักลงทุนสนใจเข้ามาร่วมลงทุน เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตระยะยาวเป็นสตาร์ทอัพไทยที่กำลังสยายปีกเปิดสาขาไปทั่วโลก







