
กลโกงเจ้าหนี้นอกระบบ
ปัญหาหนี้นอกระบบยังสะสางไม่จบไม่สิ้น มีข่าวมาโดยตลอด ผู้กู้มีทั้งถูกนายทุนยึดบ้านยึดที่ดิน ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและทรัพย์สิน และถึงขนาดจะต้องตรอมใจตายก็มี
ปัญหาหนี้นอกระบบยังสะสางไม่จบไม่สิ้น มีข่าวมาโดยตลอด ผู้กู้มีทั้งถูกนายทุนยึดบ้านยึดที่ดิน ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและทรัพย์สิน และถึงขนาดจะต้องตรอมใจตายก็มี
สาเหตุสำคัญที่ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อหนี้นอกระบบ เนื่องจากความยากจน มีความเดือดร้อนที่จะต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน อีกทั้งไม่สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน รวมทั้งขาดความรู้ด้านกฎหมาย ทำให้เจ้าหนี้นอกระบบใช้ช่องว่างกฎหมายที่จะหลอกลวง
รูปแบบเล่ห์กลของเจ้าหนี้นอกระบบ
1.ติดโฆษณาเงินด่วนตามป้ายรถเมล์ เสาไฟฟ้า ฯลฯ เชิญชวน “เงินด่วนทันใจ รับเงินทันที ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำฯ ติดเครดิตบูโรก็กู้ได้” โดยคิดดอกเบี้ย 30-60% ต่อปี
2.ทำสัญญาเงินกู้เกินจริง เช่น กู้เงิน 1 แสนบาท แต่ในสัญญาเขียนว่ากู้เงิน 3 แสนบาท
3.การกู้ยืมเงินโดยให้ผู้กู้เงินเซ็นเอกสารยินยอมขายฝากหรือจดจำนองที่ดิน จนที่ดินถูกโอนให้เป็นของบริษัทเงินกู้ แม้ว่าลูกหนี้จะชำระหนี้ทุกเดือน แต่ก็ไม่มีการออกใบเสร็จให้เป็นหลักฐาน หรือไม่ยอมรับเงิน อ้างว่าไม่อยู่ ในที่สุดก็อ้างว่าลูกหนี้เบี้ยวสัญญาก่อนจึงต้องฟ้องยึดทรัพย์
4.เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายหลีกเลี่ยงไปใช้วิธีการบังคับให้ลูกหนี้ยินยอมให้ฟ้องศาลและเตรียมบังคับคดี ก่อนที่จะปล่อยเงินกู้ เพื่อให้สามารถบังคับคดีได้ทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระ
ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศจะกวาดล้างหนี้นอกระบบเป็นวาระเร่งด่วน และมีกฎหมายจัดการ “เจ้าหนี้นอกระบบ” โทษทั้งจำและปรับมากมายหลายฉบับ เช่น 1.ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 ผู้ใดให้กู้ยืมเงินและมีรายได้จากดอกเบี้ยต้องเสียภาษี 3.3% ตรวจสอบย้อนหลัง 10 ปี คิดค่าปรับย้อนหลังได้ 120 เดือน 2.พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 กำหนดห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี 3.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 กำหนดให้เรียกดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี 4.พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หากคิดดอกเบี้ยกู้ยืมเงินเกิน 15% ถือว่าเข้าข่ายเป็นสัญญาไม่เป็นธรรม และ 5.พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โทษยึดอายัดทรัพย์
จะเห็นว่ามีกฎหมายมากมายที่จะลงโทษเจ้าหนี้นอกระบบ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหนี้นอกระบบจึงไม่เกรงกลัว เพราะโทษยังน้อยไปหรือไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกันแน่







