
ที่ปรึกษา & ภาษี
ธุรกิจที่จะเริ่มจัดตั้งหรือจัดตั้งใหม่มักจะใช้บริการที่ปรึกษา เนื่องจากยังไม่มีความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญ การใช้ที่ปรึกษาจึงมีความสำคัญมิใช่น้อย การให้บริการที่ปรึกษามีหลากหลายด้าน เช่น การจัดการ การบริหารบุคคล การเงิน กฎหมาย ภาษี การตลาด การจัดทำข้อมูล เป็นต้น หากจัดตั้งธุรกิจโดยไม่ศึกษาให้ดีเสียก่อน โอกาสผิดพลาด ขาดทุน หรือไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควรเป็นไปได้สูงมาก
ธุรกิจที่จะเริ่มจัดตั้งหรือจัดตั้งใหม่มักจะใช้บริการที่ปรึกษา เนื่องจากยังไม่มีความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญ การใช้ที่ปรึกษาจึงมีความสำคัญมิใช่น้อย การให้บริการที่ปรึกษามีหลากหลายด้าน เช่น การจัดการ การบริหารบุคคล การเงิน กฎหมาย ภาษี การตลาด การจัดทำข้อมูล เป็นต้น หากจัดตั้งธุรกิจโดยไม่ศึกษาให้ดีเสียก่อน โอกาสผิดพลาด ขาดทุน หรือไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควรเป็นไปได้สูงมาก
เงินได้หรือรายรับจากการเป็นที่ปรึกษา อาจเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากรก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าให้บริการที่ปรึกษาด้านใด ธุรกิจที่ปรึกษาและผู้ว่าจ้างที่ปรึกษามีหน้าที่ทางภาษีตามประมวลรัษฎากร ดังนี้
ธุรกิจให้บริการที่ปรึกษา
ธุรกิจที่ปรึกษาฯ ต้องนำรายได้จากการให้บริการไปเสียภาษีเงินได้ หากประกอบการในรูปบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคล ต้องนำเงินได้ที่ได้รับในปีภาษี ไปยื่นแบบฯ เสียภาษีเงินได้ประจำปีภาษีภายในเดือน มี.ค.ของปีถัดไป ด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับการหักค่าใช้จ่าย หากค่าบริการที่ปรึกษาเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร หักเหมาได้ 40% ของเงินได้ รวมแล้วไม่เกิน 60,000 บาท
แต่ถ้าหากค่าบริการเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร หักเหมาได้ 30% หรือ 60% ของเงินได้ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นวิชาชีพอิสระประเภทใดหรือจะเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงก็ได้ สำหรับเงินได้มาตรา 40(6) ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภายในเดือน ก.ค.-ก.ย.ของปีนั้นด้วย
ธุรกิจที่ปรึกษาที่ประกอบการในรูปบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องนำรายได้ค่าที่ปรึกษาไปรวมเป็นรายได้โดยให้หักรายจ่ายตามเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อคำนวณหาจำนวนกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อไป
สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจที่ปรึกษาทุกราย หากมีรายรับเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี หรือต่อรอบระยะเวลาบัญชี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนี้ สัญญาจ้างธุรกิจที่ปรึกษาถือเป็นสัญญาจ้างทำของ ธุรกิจที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้รับจ้างต้องเสียอากรแสตมป์จำนวน 1 บาท/วงเงินค่าจ้าง 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
ผู้ว่าจ้างธุรกิจที่ปรึกษา
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ได้จ่ายเงินค่าบริการให้แก่ธุรกิจที่ปรึกษาที่ประกอบการในประเทศไทย มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หากจ่ายเงินค่าจ้างให้ธุรกิจที่ปรึกษาที่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยมีวิธีการคำนวณเช่นเดียวกับการจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง พร้อมนำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.1
แต่ถ้าค่าบริการที่ปรึกษานั้นเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) เช่น ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ให้หักภาษีในอัตรา 3% พร้อมนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 กรณีที่ได้จ่ายเงินค่าบริการที่ปรึกษาให้แก่บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร หรือมาตรา 40(6) หักภาษีในอัตรา 3% พร้อมนำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.53 (ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา เมื่อได้จ่ายเงินค่าบริการที่ปรึกษาให้แก่ธุรกิจที่ปรึกษาที่เป็นนิติบุคคลประกอบการในประเทศไทย ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้)
กรณีที่ได้จ่ายเงินค่าจ้างที่ปรึกษาให้แก่ธุรกิจที่ปรึกษาที่เป็นผู้ประกอบการในต่างประเทศ ไม่ว่าผู้จ่ายเงินค่าบริการจะเป็นบุคคลใดก็ตาม ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของเงินที่จ่าย เว้นแต่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน หากได้นำผลการให้บริการที่ปรึกษามาใช้ในไทย ผู้จ่ายเงินค่าบริการ
ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36
ที่ปรึกษาหลายท่านได้ให้บริการคำปรึกษาแก่ธุรกิจและได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินไม่ใช่น้อย หากเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน เมื่อถูกตรวจพบ ต้องเสียเวลาและเสียเงินอย่างแน่นอน สวัสดีครับ







