
พณ.แจงต่างชาติยันไทยคุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น
“พาณิชย์” เปิดเวทีชี้แจงนักลงทุนต่างชาติ ยันไทยคุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น ด้านต่างชาติห่วงละเมิดผ่านอินเทอร์เน็ต หลังยอดละเมิดผ่านเว็บไซต์แก้ไม่ตก
“พาณิชย์” เปิดเวทีชี้แจงนักลงทุนต่างชาติ ยันไทยคุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น ด้านต่างชาติห่วงละเมิดผ่านอินเทอร์เน็ต หลังยอดละเมิดผ่านเว็บไซต์แก้ไม่ตก
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนและนักลงทุนต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อชี้แจงถึงความคืบหน้าสถานการณ์การคุ้มครองด้านทรัพย์ทางปัญญาและการพัฒนากฎหมายในดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทำให้นักลงทุนและคู่ค้าสำคัญของไทยเข้าใจการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ดีขึ้น
สำหรับความคืบหน้าด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้แจ้งให้นักลงุทนต่างประเทศรับทราบ ได้แก่ การแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนของกฎหมายลิขสิทธิ์ ที่เพิ่มประเด็นเรื่องการห้ามแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์และเรื่องการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว และได้ให้ข้อมูลสถิติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) 2558 ที่ได้รับการรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่ามีผลการจับกุมรวม 5,913 คดี ลดลง 17.4% ยึดของกลางได้ 2.91 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 184.7% แสดงให้เห็นว่าไทยมีการปราบปรามแหล่งเก็บสินค้าละเมิดที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ภาคเอกชนต่างประเทศให้ความสนใจและได้มีการสอบถามกรม ได้แก่ การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทางเว็บไซต์ต่างๆ และข้อจำกัดความรับผิดการให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ซึ่งกรมได้แจ้งว่าเพื่อความรวดเร็วหากเจ้าของสิทธิพบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประสานแจ้งข้อมูลมาที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ช่วยประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ล่าสุดศาลได้สั่งให้ ISP จำนวน 8 ราย นำข้อมูลละเมิดฯออกจากเว็บไซต์ จำนวน 81 เว็บไซต์ ภายในเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาล แต่ทาง ISP ดังกล่าวไม่สามารถเอาเว็บไซด์ละเมิดฯดังกล่าวออกจากระบบได้ เนื่องจากติดปัญหาทางเทคนิค ซึ่งกรมจะได้จัดประชุมหารือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป
นอกจากนี้ ในด้านมาตรการเอาผิดกับผู้ละเมิดกรณีการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า กรมได้ชี้แจงว่าหากเป็นการนำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาใช้ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของตน หรือสร้างข่าวแพร่หลายทำให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งการปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในประเทศไทย สามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้ละเมิดฯได้ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า หากไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในประเทศไทย แต่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศแล้ว ไทยก็ยังมีกฎหมายอาญามาตรา 272-275 ที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถดำเนินการกับผู้ละเมิดได้
ขณะที่มาตรการของกรมศุลกากรป้องกันการลักลอบขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าข้ามแดนมายังไทยนั้น โดยเจ้าของสิทธิสามารถแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าละเมิดฯให้กรมศุลกากรได้ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางเรือ อากาศ และไปรษณีย์ แต่ต้องยื่นขอจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญากับกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อน ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมจะส่งข้อมูลให้กรมศุลกากร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเรียกตัวแทนสิทธิมาแสดงความเป็นเจ้าของสิทธิต่อไป
“การประชุมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและยกระดับการดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยกรมจะนำข้อมูลที่ได้รับไปวางแผน และดำเนินการให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น” นางนันทวัลย์ กล่าว







