
‘บัณฑูร-สมประสงค์-พิเชษฐ์’ ซีอีโอยอดเยี่ยม 2558
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“SET Awards” เป็นงานใหญ่ประจำปีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยรางวัลที่มอบมี 5 ประเภท คือ รางวัล บจ.ด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม รางวัล บจ.ด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม รางวัล บล.ยอดเยี่ยม รางวัล บลจ.ยอดเยี่ยม และรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม
ปี 2558 มีบริษัทได้รับรางวัล 18 บริษัท 21 รางวัล แบ่งเป็น บจ.ใน SET 11 บริษัท mai 3 บริษัท บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 3 บริษัท และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 1 บริษัท โดยมี 2 บริษัทที่สามารถรักษาความเป็นเลิศต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555-2558 หรือ 3 ปีติดต่อกัน จนได้รับรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ (SET Award of Honor) เป็นปีที่ 2 ได้แก่ บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) และ บล.กสิกรไทย (KS)
ทั้งนี้ รางวัลที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่จับตามองของคนในอุตสาหกรรม คือ “รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม 2558” (Best CEO Awards) ที่จดทะเบียนใน SET ปีนี้มี 2 คนที่ได้รับรางวัล คือ “บัณฑูร ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ “สมประสงค์ บุญยะชัย” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ขณะที่ บจ.ใน mai คือ “พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ “พิเชษฐ์” ได้รับรางวัลทั้งผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม และรางวัล บจ.ที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมทั้งสองรางวัลติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี
ความพิเศษของซีอีโอยอดเยี่ยมปี 2558 อยู่ตรงที่ผู้บริหารทั้ง 3 คน ได้รับรางวัลนี้เป็นครั้งที่ 2 เหมือนกัน โดยที่บัณฑูรเคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วเมื่อปี 2546 และสมประสงค์เคยได้รับมาแล้วเมื่อปี 2555 ส่วนคุณหมอพิเชษฐ์ได้ 2 ปีติดต่อกัน
ขณะที่ซีอีโอยอดเยี่ยมทั้ง 3 คน ต่างให้มุมมองความสำเร็จที่ได้วันนี้เป็นเพราะมีผู้อยู่เบื้องหลังมากมาย
“บัณฑูร” กล่าวว่า รางวัลนี้ไม่ได้มาจากเขาคนเดียว แต่มาจากที่พนักงานทุกคนเข้าใจในยุทธศาสตร์ขององค์กรและธุรกิจในทิศทางเดียวกัน และต้องการให้องค์กรมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในการบริการทางการเงินซึ่งเป็นหน้าที่หลักของบริษัท อีกทั้งการที่บริษัทมีการกำกับดูแลภายใต้บรรษัทภิบาลที่เข้มงวดตลอดก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าส่งผลที่ดีทั้งเรื่องผลประกอบการและภาพลักษณ์ของบริษัท
ขณะที่ “สมประสงค์” มองว่า การที่เราต้องมีแผนงานหรือยุทธศาสตร์ขององค์กรที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างชัดเจน จากนั้นก็ต้องพิจารณาบริบทต่างๆ เป็นองค์ประกอบให้สอดคล้องกับแผนงานก่อนที่จะประมวลเป็นวิสัยทัศน์เพื่อให้ไปสู่ระดับปฏิบัติการให้มีแนวทางการทำงานได้อย่างชัดเจน และต้องดำเนินการให้อยู่ใน 4 ธุรกิจหลัก
นอกจากนั้น ต้องคำนึงถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องบริษัททั้ง 4 กลุ่ม คือ หนึ่ง ลูกค้าที่บริโภคสินค้าที่ต้องทำให้เขารู้สึกว่าได้ใช้บริการอย่างคุ้มค่า สอง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ คู้ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจที่ต้องทำหน้าที่ต่อกันอย่างมืออาชีพ เช่น มีการจ่ายปันผลที่ดีให้ผู้ลงทุน สร้างมาร์เก็ตแคปการเติบโตที่ดี การชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพื่อรักษาเครดิตให้บริษัท สาม การดูแลพนักงานที่ทำให้เขาพอใจในการทำงานกับเรา บริษัทจะก้าวมาถึงวันนี้ได้ เพราะพนักงานทุกคนได้ช่วยกันมา และ สี่ ต้องช่วยสังคมและประเทศชาติ
ด้าน “พิเชษฐ์” บอกว่า การตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็เพื่อคนอื่นอยู่แล้ว เนื่องจากส่วนตัวเขากับภรรยาไม่มีลูก โดยจุดประงค์หลักเพราะอยากให้ผู้ที่ประสบปัญหาทางด้านสุขภาพและเหมือนหมดความหวังแล้ว สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตได้อย่างคนปกติ โดยให้นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นงานสิ่งเหล่านี้ออกมาในนามของคนไทยที่วันหนึ่งต้องออกไปสู่ระดับโลกให้ได้เห็น
สำหรับรางวัลอื่น ได้แก่ บจ.ด้านผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมระดับมาร์เก็ตแคปสูงกว่า 1 แสนล้านบาท คือ INTUCH ระดับมาร์เก็ตแคป 3 หมื่น-1 แสนล้านบาท คือ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ระดับมาร์เก็ตแคป 1-3 หมื่นล้านบาท คือ บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) ระดับมาร์เก็ตแคป 3,000-1 หมื่นล้านบาท คือ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส (SMPC) ระดับมาร์เก็ตแคปไม่เกิน 3,000 ล้านบาท คือ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป (TOG) และ บจ.ใน mai คือ APCO
รางวัล บล.ให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบันยอดเยี่ยมคือ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) บล.ให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนบุคคลยอดเยี่ยม คือ บล.ทิสโก้ และ บล.ให้บริการอนุพันธ์ยอดเยี่ยม คือ บล.กสิกรไทย ขณะที่รางวัล บลจ.ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม คือ บลจ.ไทยพาณิชย์







