posttoday
EGCOรุกลงทุน5ปี9หมื่นล้าน

EGCOรุกลงทุน5ปี9หมื่นล้าน

26 พฤศจิกายน 2558

เอ็มดีใหม่ EGCO ตั้งงบลงทุน 5 ปี 9.1 หมื่นล้าน แบ่งไปนอก 4.2 หมื่นล้าน

เอ็มดีใหม่ EGCO ตั้งงบลงทุน 5 ปี 9.1 หมื่นล้าน แบ่งไปนอก 4.2 หมื่นล้าน

นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) แถลงครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าบริษัทมีนโยบายขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญ โดยตั้งเป้าที่จะเป็นบริษัทพลังงานภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยตั้งงบลงทุน 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2559-2563 ทั้งหมด 9.1 หมื่นล้านบาท เป็นงบลงทุนต่างประเทศ 4.2 หมื่นล้านบาท และในประเทศ 4.9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีโครงการในต่างประเทศที่อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการไซยะบุรีที่สปป.ลาว โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินซานบัวนาเวนทูรา และโครงการโรงไฟฟ้ามาซินลอค ส่วนขยายในฟิลิปปินส์ รวมปริมาณไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายและตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 505 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่บริษัทอยู่หว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนประมาณ 6 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการในประเทศและโครงการในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2559 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ 2.2 หมื่นล้านบาทเท่ากับปีนี้  และในช่วง 2 ปีข้างหน้าบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีฐานทางธุรกิจอยู่แล้ว ได้แก่ ฟิลิปปินส์และลาว รองลงมา คือ อินโดนีเซียและออสเตรเลีย รวมถึงจะพิจารณาโอกาสการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนอื่น เช่น เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย โดยตั้งเป้าหมายให้มีสัดส่วนรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 37% ขณะเดียวกันบริษัทมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการลงทุนในประเทศหากมีโอกาส

“การรุกลงทุนต่างประเทศเพราะโอกาสเติบโตในประเทศมีน้อยอัตราเฉลี่ยโรงไฟฟ้า ในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 2.68% เป็นเพียงโครงการพลังงานหมุนเวียนโครงการขนาดเล็กที่มีการแข่งขันสูง”

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังจะรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อย่างน้อย 10% และกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 6% โดยปีนี้คาดว่ากำไรก่อนหักรายการพิเศษจะใกล้เคียงปีก่อนที่มีกำไร 7,667 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทำกำไรแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2560

สำหรับ 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,779 ล้านบาท ลดลง 158% จากกำไร 6,585 ล้านบาท ช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากขาดทุนค่าเงินถึง 3,687 ล้านบาท และขาดทุนภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 368 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากไม่นับรวมรายการพิเศษดังกล่าวบริษัทมีกำไร 6,561 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากกำไร 6,585 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินตามธรรมชาติด้วยเงินกู้เป็นเงินและรายได้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และซื้อผลิตภัณฑ์ป้อง กันความเสี่ยงเกือบทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ