
มายบิซฯปีหน้าบุกขายตรงออนไลน์
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ในปี 2559 มายบิซ อินเตอร์เนชั่นแนล จะย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับการทำธุรกิจขายตรงในไทย โดยวางเป้าปลุกปั้นให้องค์กรสู่ความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน พร้อมกับวางแผนเชิงรุกธุรกิจในช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัว
เทพนารี คุ้มสกุล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท มายบิซ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงมายบิซ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจขายตรงในปีหน้า บริษัทจะรุกขยายช่องทางจำหน่ายผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยพัฒนาระบบออนไลน์สามารถค้นหาสินค้าและสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น การจัดประชุมผ่านทางออนไลน์ รวมไปถึงการขยายสายงานต่างๆ อีกทั้งยังเปิดให้สมาชิกสะสมคะแนน “บิซ พอยต์” เพื่อนำมาแลกของรางวัลหรือสินค้า
ทั้งนี้ โครงสร้างธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์จะเป็นสินค้าของบริษัทในสัดส่วน 70% และเป็นของพันธมิตรทางธุรกิจ 30% ซึ่งบริษัทยังจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่อีก 2 ราย โดยจะเปิดตัวในไตรมาสแรกเพื่อนำสินค้าความงามมาจำหน่าย ในทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เสริมสร้างสินค้าในพอร์ตโฟลิโอให้มีความแข็งแกร่ง จากปัจจุบันสินค้ามีพันธมิตรทางธุรกิจรายเดียวคือ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ เป็นกลุ่มสินค้าคอสเมติกเบอร์ลี่ ป๊อปส์ และล่าสุดได้สิทธิจำหน่ายผลิตภัณฑ์สกินแคร์พรีเมดิกา
“ปี 2559 จะเป็นปีแห่งการความเป็นเลิศทุกด้านขององค์กร จึงได้แต่งตั้งให้ กฤษฎา แสงจันทร์ ขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท มาเสริมความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังได้เพิ่มความเข้มข้นการจัดอบรมพัฒนาความคิดและทักษะการขาย นำมาใช้ในการทำตลาดและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคโดยทั่วไปและนักธุรกิจอิสระได้มากขึ้น ขณะเดียวกันได้จับมือร่วมกับบริษัท เดนท์สุ มีเดีย เป็นประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับมายบิซฯ”
นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มผลตอบแทนสำหรับสมาชิก ผ่านการจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลด 5-10% เพิ่มจากเดิม เพื่อจูงใจให้กับนักธุรกิจหรือสมาชิก นอกจากนี้เตรียมขยายสถาบันความงามโชวาโย โซลบิวตี้ ธุรกิจแฟรนไชส์สำหรับผู้ที่สนใจลงทุน 1.5 ล้านบาท ซึ่งการเปิดธุรกิจจะพิจารณาจากฐานสมาชิกที่ซื้อสินค้าจะต้องมีจำนวนที่มากพอ จากปัจจุบันมีสถาบันดังกล่าว 5 แห่ง และจะขยายเพิ่มเป็น 10 แห่งในปีหน้า
ขณะที่งบการตลาดปีหน้า บริษัทใช้ราว 20-30% ของรายได้ พร้อมกันนี้ยังวางแผนขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโต เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปเปิดธุรกิจสถาบันความงามโชวาโย โซลบิวตี้ และธุรกิจขายตรงมายบิซฯ ที่ สปป.ลาว สิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเจรจาร่วมกัน คาดว่าสรุปผลกับพันธมิตรได้เร็วๆ นี้ โดยจะนำโมเดลการทำธุรกิจในไทยเป็นต้นแบบการทำธุรกิจในอาเซียน
สำหรับรายได้สิ้นปีนี้ 800 ล้านบาท หรือเติบโต 200% ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากฐานของตลาดที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนสมาชิกราว 1 หมื่นราย และกำลังซื้อของผู้บริโภคสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่วนปีหน้าตั้งเป้ารายได้ 960 ล้านบาท เติบโต 20-30% จากการรุกขยายธุรกิจออนไลน์สัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 25% เป็น 50% ส่วนรายได้ช่องทางออฟไลน์ 75% จะเหลือเป็น 50% ของรายได้รวม
มายบิซฯ ให้ความสำคัญกับนักธุรกิจ เพราะเปรียบเสมือนตัวแทนของบริษัท ขณะที่แผนธุรกิจในไทย บริษัทมุ่งเน้นความถูกต้อง เที่ยงธรรม และมีการกระจายรายได้แก่สมาชิกได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร๋็จ ทำให้นักธุรกิจหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อน เข้ามาเป็นนักธุรกิจเพิ่มขึ้น ปีหน้าตั้งเป้ามีสมาชิกเพิ่มเป็น 2-3 หมื่นราย







