
อารียาชูระบบสำเร็จรูป ปี'59ผุดโครงการหมื่นล.
ธุรกิจอสังหาฯ นับวันจะแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัว โดยหันมาพึ่งระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น
ธุรกิจอสังหาฯ นับวันจะแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัว โดยหันมาพึ่งระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น
นายวิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า บริษัทจะดำเนินธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น หลังจากได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจโครงการแนวราบใหม่ ซึ่งบริษัทจะเป็นทั้งผู้พัฒนาโครงการและก่อสร้างเองโดยใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป เนื่องจากใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน จากเดิมนานถึง 4-6 เดือน จึงทำให้สามารถโอนโครงการได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์เพิ่มขึ้นหากที่ดินมีความเหมาะสม
“เราหันมาเน้นพัฒนาโครงการบ้านแนวราบรูปแบบพร้อมอยู่มากขึ้น กระจายในเขตกรุงเทพฯ รอบนอกและปริมณฑล เน้นระดับราคา 2-4 ล้านบาท เป็นฐานผู้ซื้อขนาดใหญ่ แต่ที่ผ่านมาลูกค้าในกลุ่มนี้ก็ยังเผชิญปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงกว่า 30% แต่หลังจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกมา สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น” นายวิศิษฎ์ กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจปี 2559 จะเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการมิกซ์ยูสบนเนื้อที่ 5 ไร่ บนพื้นที่ของพระคลังข้างที่ถนนราชดำริ สัญญาเช่าระยะ 30 ปี โดยร่วมพัฒนากับสถาบันสอนภาษา เอ.ยู.เอ ประกอบด้วย โรงแรม คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงานของ เอ.ยู.เอ พื้นที่รวม 8.2 หมื่นตารางเมตร มูลค่าโครงการ 1 หมื่นล้านบาท และเตรียมพัฒนาคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ในซอยสุขุมวิท 53 พื้นที่ 1 ไร่ 100 ยูนิต มูลค่า 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตปีละ 20% โดยช่วง 9 เดือนแรกปี 2558 มีรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้เกือบ 5,000 ล้านบาท
ด้าน นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบของบริษัทมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น คาดว่าในปี 2558 จะมีสัดส่วนการเติบโตสูงถึงกว่า 20% และจะทำยอดขายได้กว่า 1 หมื่นล้านบาท ล่าสุดได้เปิดโครงการบ้านหรูระดับพรีเมียม “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า พุทธมณฑลสาย 3” และในปี 2559 จะมีแผนพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น







