
รายย่อยเวียดนามไม่สนเออีซี
มุ่งเจาะตลาดสหรัฐ-อียู-ญี่ปุ่น กูรูยันอาเซียนสร้างโอกาสธุรกิจ
มุ่งเจาะตลาดสหรัฐ-อียู-ญี่ปุ่น กูรูยันอาเซียนสร้างโอกาสธุรกิจ
รายย่อยเวียดนามไม่สนใจรวมตัวเออีซี ชี้ส่งผลการค้า ลงทุน การประกอบการในภูมิภาค
ฟามดินโดน รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกเวียดนาม เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มากนัก เนื่องจากการหมุนเวียนทางการค้าภายในภูมิภาคมีเพียง 20-25% ของ ผลประกอบการของบริษัท ทั้งนี้ นักธุรกิจชาวเวียดนามจะให้ความสำคัญกับตลาดภายนอกภูมิภาคอาเซียนเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น
การเปิดเผยดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของนักวิชาการและนักธุรกิจเวียดนามหลายคน โดย วูวานฟง ประธานไต้ซวนมีเดีย บริษัทรับจัดงานอีเวนต์ประจำกรุงฮานอย กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มีการเตรียมตัวสำหรับเออีซี เนื่องจากให้ความสำคัญกับคู่ค้าจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยบริษัทไม่ได้มีความกังวลต่อการแข่งขันด้านการจัดงานอีเวนต์จากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยกเว้นสิงคโปร์
นอกจากนี้ เลวินซัน ประธานสมาคมผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ประจำกรุงฮานอย กล่าวว่า 80% ของกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศไม่เอาใจใส่ต่อการรวมกลุ่มเออีซี ขณะที่ ฟามชีลัน นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า 70% ของเอสเอ็มอีในประเทศไม่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้า จึงไม่รู้สึกถึงแรงกดดันของเออีซี
ด้าน เลืองฮองไท อธิบดีกรมนโยบายการค้าพหุภาคี จากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม กล่าวว่า เออีซีจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการได้อย่างมากจากตลาดระดับภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี เออีซีก็จะสร้างแรงกดดันให้กับประชาคมธุรกิจภายในประเทศเป็นอย่างมากเช่นกัน จากการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศ
ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีโครงการการลงทุนจากต่างประเทศมากถึง 2,600 โครงการ และมีมูลค่ามากถึง 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.9 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ดี ภาครัฐได้มีโครงการสำคัญภายใต้ความริเริ่มของหน่วยงานส่งเสริมการค้าเวียดนาม ในชื่อ โครงการแบรนด์เนมแห่งชาติ เพื่อช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเอสเอ็มอีให้สามารถจัดการกับความท้าทายต่างๆ
ทั้งนี้ เออีซี เป็นการรวมตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลายประการประกอบไปด้วย การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว การเป็นภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูง การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่มีความยุติธรรม และการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งจะมีผลในปี 2016







