posttoday
คลังดันแบงก์รัฐ

คลังดันแบงก์รัฐ

26 พฤศจิกายน 2558

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทำการประเมินช่องว่างทางการเงิน หลังจากกระทรวงการคลังสั่งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกรายปรับทิศทางการทำงานให้สอดรับกับการเติมช่องว่างทางการเงินให้กับคนระดับฐานราก

ทั้งนี้ สศค.พบว่าในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ 2.7 ล้านราย แต่มีเอสเอ็มอี 1.5 ล้านราย ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินและส่วนใหญ่ยังมีรายได้ต่ำกว่า 10 ล้านบาท/ปี

ขณะที่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย พบว่าเป็นหนี้นอกระบบกว่า 6 แสนครัวเรือน เพราะยังมีคนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน แต่ใช้บริการขององค์กรการเงินชุมชนกว่า 1.76 ล้านครัวเรือน ส่วนกลุ่มเกษตรกรมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ให้บริการหลัก ครอบคลุมภาคเกษตรได้เกือบทั้งหมด ด้านที่อยู่อาศัยพบว่ามีประชาชนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกว่า 2.61 ล้านครัวเรือน และมีผู้ที่ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อมากกว่า 0.5 ล้านครัวเรือน

ด้าน การเงินอิสลาม พบว่ามีคนถึง 3.26 ล้านครัวเรือน ที่ไม่ได้ใช้บริการเงินฝากกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์

ทั้งนี้ สศค.เสนอแนวนโยบายการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ โดยให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.เป็นแหล่งทุนให้เอสเอ็มอีมากขึ้น และให้เพิ่มสถาบันการเงินชุมชนดูแลสหกรณ์การเกษตรให้เข้มแข็ง ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้เน้นเรื่องการกำหนดบทบาทการให้บริการตามระดับรายได้ เพิ่มนวัตกรรมสำหรับผู้มีรายได้น้อยและเป็นธนาคารเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย

สำหรับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ ให้เน้นเรื่องความเสี่ยงการลงทุนให้มีประกันการส่งออกระยะสั้น ปานกลาง และยาว พัฒนาผู้ประกอบการส่งเสริมเรื่องนวัตกรรม ความรู้ใหม่ๆ ให้มากขึ้น ขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ให้เน้นเรื่องการพัฒนาศักยภาพรายย่อยและให้บริการรูปแบบใหม่ๆ นอกจากสินเชื่อ ส่วนไอแบงก์ให้เพิ่มเรื่องรูปแบบธุรกิจร่วมกับองค์กรชุมชนอิสลาม ขยายฐานลูกค้ามุสลิมและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ให้ขยายขอบเขตการค้ำประกันไปยังนันแบงก์ ขยายประเภทของวิสาหกิจชุมชน และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ บตท. ให้ทำเรื่องมอร์เกจ อินชัวร์รันส์ สินเชื่อผู้มีรายได้น้อยและเป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้

สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ ในปี 2558 อยู่ที่ 1.29 ล้านล้านบาท โดยสิ้นเดือน ก.ย. สามารถปล่อยสินเชื่อรวมได้มากกว่า 8.28 แสนล้านบาท หรือ 73.4% ของเป้าปริมาณสินเชื่อดังกล่าว ทำให้แบงก์รัฐเป็นตัวกลางทางการเงินที่สำคัญ โดยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 24% และกลายเป็นผู้ให้บริการทางการเงินหลักแก่ครัวเรือน

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2558 สินเชื่อแบงก์รัฐแบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจ 1.22 ล้านล้านบาท คิดเป็น 28% ของสินเชื่อรวม สินเชื่อส่วนบุคคลมียอดคงค้าง 1.15 ล้านล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินเชื่อรวม สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมียอดคงค้างกว่า 1.11 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 26% ของสินเชื่อรวม และสินเชื่อภาคเกษตรมียอดคงค้าง 8.47 แสนล้านบาท คิดเป็น 19% ของยอดสินเชื่อรวม

สศค.ระบุว่า สินเชื่อแบงก์รัฐมีการขยายตัวดีตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2557 ตามการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น และหากสามารถผลักดันบทบาทของแบงก์รัฐให้มาเติมเต็มช่องว่างทางการเงินได้ โดยไม่แสวงหากำไรจะถือเป็นแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้อีกทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี