
"สมคิด"นำคณะโรดโชว์ญี่ปุ่นเจรจาการค้า
สมคิดนำทีมเศรษฐกิจ-เอกชนไทยลุยเจรจาการค้าญี่ปุ่น จับคู่ธุรกิจ เพิ่มความร่วมมือหวังดันมูลค้าการค้า 2 ประเทศ
สมคิดนำทีมเศรษฐกิจ-เอกชนไทยลุยเจรจาการค้าญี่ปุ่น จับคู่ธุรกิจ เพิ่มความร่วมมือหวังดันมูลค้าการค้า 2 ประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ว่า ระหว่างการเจรจาการค้า หรือโร้ดโชว์ ที่ประเทศญี่ปุ่นของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย. 2558 สำหรับกิจกรรมในวันที่ 26 พ.ย. 2558 ในช่วงเช้า นายสมคิด พร้อมด้วยนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ ได้ร่วมเจรากับนักธุรกิจเป็นการเฉพาะกับหลายกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งเอกชนญี่ปุ่นไม่ประสงค์ให้เปิดเผยชื่อบริษัท เนื่องจากเป็นความลับการทำธุรกิจของทางบริษัท
หลังจากนั้น รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปหารือกับนายทาโร อะโซ รองนายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่น จากนั้นนายสมคิด ได้เข้าเยี่ยมกิจกรรมการทำ Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและญี่ปุ่น ซึ่งนางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กล่าวว่า สสว.ได้นำเอสเอ็มอี40 รายมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเกิดยอดขายได้ 150 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจะมีการเจรจาการค้าของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นอาหาร และเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมหนัก ดิจิทัลคอนเทนต์ แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายธุรกิจไปญี่ปุ่น หาตัวแทนการขายและพบปะบริษัทที่เป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้วยังมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU)หลายฉบับ
รวมถึงการลงนามใน MOUระหว่างสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวตอร์กราฟฟิคกับ Fukuoka Creative Content Association(FCCA) เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาด้านครีเอทีพคอนเทนต์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นโดยเน้นที่การโปรโมทครีเอทีฟคอนเทนต์ที่ผลิตจากประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ตามนโยบายซุปเปอร์คลัสเตอร์ของไทย
ทั้งนี้ นายนิธิพัฒน์ สมสมาน ประธานสมาคมผู้ประกอบการแอนนิเมชั่นฯ ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายไทยในการลงนามในMOU ครั้งนี้ กล่าวว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ โดยมีมูลค่าการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่องปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ 7,000ล้านบาท คาดว่าในปีนี้ตลาดจะเติบโตมากกว่า 10% ซึ่งประเทศไทยถูกยอมรับว่าเป็นฐานการผลิตด้านการผลิตและคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่มีคุณภาพให้กับอาเซียน ซึ่งไทยเป็นตลาดหลักที่สำคัญของไทย
นอกจากนี้ยังมีการลงนาม MOUระหว่างอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และเหล็ก โดยในส่วนของกลุ่มเหล็กนั้นนายสุรพล คุณานันทกุล รองผู้อำนวย บริษัทสยามสตีล ได้ร่วมลงนามกับนาย Morihiro Shibutani Executive Vice President บริษัทESCRIT INC. โดยนายสุรพล กล่าว ฝ่ายญี่ปุ่นตกลงที่จะสั่งซื้อตู้คอนเทนเนอร์เหล็ก เพื่อใช้สำหรับการสร้างตึกที่พักอาศัยรองรับช่วงที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิคในปี 2020 และที่อยู่ในญี่ปุ่นยังไม่เพียงพอ โดยในปี 2559 จะทยอยส่งเป็นปีแรก จำนวน 4,000 ยูนิต และจะเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ปี
ด้านนาย Shibutani กล่าวว่า การผลิตคอนเทนเนอร์เหล็กในไทยกับญี่ปุ่นนั้นมีต้นทุนไม่ต่างกันมาก แต่การสั่งจากประเทศไทยจะใช้เวลาเร็วกว่าเท่าตัว เนื่องจากของทางญี่ปุ่นมีข้อจำกัดเรื่องของแรงงาน ขณะที่การผลิตในไทยนั้นก็มีคุณภาพที่เป็นที่เป็นที่ยอมรับของญี่ปุ่น
สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่ายของวันนี้นายสมคิด จะเป็นประธานการประชุมกับนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นประมาณ50 คน ซึ่งมีผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยเข้าร่วมการประชุมด้วย เช่น นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสุเทพ ตีระพิพัฒนากุล นายธงชัย อิทธิอมรกุลชัย จากบริษัทเบทาโกร นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) นายบุญสิทธิ โชควัฒนา จากบริษัทสหพัฒนาพิบูลย์ นายธีรพงศ์ จันศิริ จากบริษัทไทยยูเนียน กรุ้ป และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี จากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เป็นต้น







