
แวดวงล้อหมุน
โมดุลเสาอากาศอัจฉริยะสำหรับเชื่อมต่อข้อมูลให้รถยนต์
คอนติเนนทอลและคัตไทรน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสาอากาศร่วมกันพัฒนาโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยให้การวางระบบสายไฟในยานพาหนะง่ายขึ้น ใช้เนื้อที่น้อยลง ปรับปรุงคุณภาพสัญญาณให้ดีขึ้น และเพิ่มสมรรถนะให้ถึงขีดสุดโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะรูปแบบใหม่ได้รับการออกแบบมาให้ผนวกเสาอากาศนานาชนิด และตอบสนองการรับและส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ในอุปกรณ์ชิ้นเดียว โดยสามารถสื่อสารแบบไร้สายระหว่างยานพาหนะกับสภาพแวดล้อมภายนอก และระหว่างอุปกรณ์ภายในรถ เช่น โทรศัพท์ GPS ระบบเปิด
–ปิด ประตูด้วยรีโมต ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง WLAN วิทยุ โทรทัศน์รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารระหว่างรถด้วยกันในอนาคต โมดุลเสาอากาศนี้สามารถเชื่อมต่อผ่านดิจิตอลบัสไปยังศูนย์ควบคุมหลายจุดภายในยานพาหนะ เพื่อส่งผ่านข้อมูลและทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้
โมดุลนี้สามารถลดทอนความซับซ้อนและลดต้นทุนลงอีก ทั้งยังได้รับการปรับปรุงสมรรถนะ เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยมากมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับเสาอากาศ การวางระบบสายไฟให้น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องจำเป็น ระบบจะใช้ซิงเกิลดาต้าบัส (single databus) ในการเชื่อมต่อเพื่อรับและส่งข้อมูลระหว่างโมดุลเสาอากาศกับอุปกรณ์แทนการใช้สายโคแอ็กซ์เชียล (coaxial) ได้มากถึงสิบสายในรูปแบบเดิม ๆ โดยแนวคิดดังกล่าวสามารถย่อ หรือขยายขีดความสามารถและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ผลิตรถยนต์ สามารถผสมผสานระหว่างการใช้สายโคแอ็กซ์เชียล กับการเชื่อมต่อแบบดาต้าบัสซึ่งจะช่วยลดจำนวนสายเคเบิล อุปกรณ์เชื่อมต่อ และเพิ่มรายละเอียดอุปกรณ์ต่อขยายขั้นกลางได้ ด้วยจำนวนชิ้นส่วนที่น้อยลง ทำให้ต้นทุนและน้ำหนักของยานพาหนะลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้โมดุลเสาอากาศอัจฉริยะยังทำให้สมรรถนะในการทำงานสูงขึ้นอีกด้วย โดยสามารถจำกัดการอ่อนแรงลงของสัญญาณที่ส่งผ่านสายโคแอ็กซ์เชียล ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางการส่งผ่านข้อมูลด้วยระบบอนาล็อกสมบูรณ์ซึ่งถูกรบกวนได้ง่ายก็ถูกหุ้มรวมไว้ด้วยกันเพื่อป้องกันการรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
โมดุลเสาอากาศอัจฉริยะสามารลดความซับซ้อน ปัจจุบันตัวรับและส่งสัญญาณวิทยุกระจายตัวอยู่ในอุปกรณ์ควบคุมหลายจุดภายในรถยนต์ ยกตัวอย่างเช่น การที่อุปกรณ์หลายชนิดซึ่งมีหน่วยควบคุมแตกต่างกันใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเป็นกลายเป็นเรื่องซับซ้อน หากข้อมูลจากสัญญาณ GPS เป็นที่ต้องการของระบบนำร่องพร้อมๆ กับที่ระบบ eCall ซึ่งใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินต้องการ โดยทั่วไปจะต้องใช้ตัวรับสัญญาณ GPS สองตัวพร้อมด้วยเสาอากาศจำนวนหนึ่งสำหรับการทำงาน แต่สำหรับยานพาหนะที่มีการติดตั้งระบบนำร่องไม่มีความจำเป็นต้องติดตั้งระบบ eCall โมดุลเสาอากาศอัจฉริยะสามารถทำให้ข้อมูลรวมศูนย์และส่งผ่านดาต้าบัสไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้ โดยใช้ตัวรับสัญญาณ GPS เพียงตัวเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ เนื่องจากในแต่ละประเทศมีการใช้คลื่นความถี่เฉพาะ หน่วยควบคุมวิทยุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงผันแปรตามความเฉพาะเจาะจงดังกล่าว ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่โมดุลเสาอากาศจะเข้ามาแทนที่ นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาความยุ่งยากในชีวิตอันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีการรับส่งสัญญาณวิทยุและระบบไร้สาย พร้อม ๆ กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความบันเทิงซึ่งต้องอาศัยเสาอากาศอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับฟังก์ชั่นดังกล่าว จวบจนปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงนี้มีความซับซ้อนและมีราคาแพง หน่วยควบคุมหลายหน่วยซึ่งประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นจะต้องได้รับการยอมรับในเวลาต่อมา ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์และพันธมิทางธุรกิจพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปสู่มาตรฐานใหม่ที่เรียกว่าโมดุลเสาอากาศดังกล่าว
โมดุลเสาอากาศอัจฉริยะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องการลดการใช้พลังงานสำหรับเครื่องปรับอากาศ ด้วยการติดตั้งกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ไม่สูญเสียความสามารถทางการเชื่อมต่อแบบไร้สาย กระจกสะท้อนรังสีความร้อนที่ถูกติดตั้งในรถยนต์บางคันในปัจจุบัน จะช่วยลดอุณหภูมิภายในรถ ทั้งสามารถลดความต้องการการใช้เครื่องปรับอากาศรวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย ในกรณีที่เป็นยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าก็จะใช้พลังงานสำหรับเครื่องปรับอากาศน้อยลง เมื่อเป็นเช่นนี้ ในอนาคตกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ก็จะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับยานพาหนะ อย่างไรก็ดี กระจกสะท้อนแสงมีส่วนลดทอนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ผ่านเข้าและออกได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ประเด็นดังกล่าวจึงมีความเกี่ยวข้องกับโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะ สัญญาณวิทยุภายในยานพาหนะถูกรับและส่งโดยเสาอากาศภายในในขณะที่สัญญาณที่รับและส่งกับภายนอกก็จะใช้เสาอากาศภายนอก
คอนติเนนทอลและคัตไทรน์ วางแผนจะติดตั้งโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะไว้ที่หลังคารถ กระจกหน้าและหลังรถ หรือที่กระโปรงหลังรถด้วย โดยอาศัยสถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในยุคปัจจุบันทำให้วิทยาการล้ำสมัยจากอนาคตเป็นไปได้ แต่ก็ด้วยราคาที่สูงลิ่ว ต้องขอบคุณโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะที่ครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยีสัญญาณวิทยุ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถติดตั้งเทคโนโลยีตามต้องการได้ในราคาที่สมเหตุสมผลผู้ขับขี่ได้รับประโยชน์จากการที่เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมในราคาไม่แพงสำหรับการปฏิบัติการตามแต่สถานการณ์ ยกตัวอย่างเช่น ในเขตเมืองโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะในยานพาหนะที่จอดอยู่จะเลือกใช้ WLAN ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คหรือ PDA แทนการใช้ UMTS ซึ่งมีราคาแพงกว่า
โดยความร่วมมือของคัทไทรน์ สองบริษัทนำความเชี่ยวชาญไปใช้ในการพัฒนาลงานชั้นเลิศ โดยคอนติเนนทอลจัดหาทีมพัฒนาซึ่งพร้อมด้วยความสามารถด้านดิจิตอลฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมระบบและบูรณาการ ส่วนคัทเทอร์ไรน์ในฐานะผู้นำตลาดโลกด้านเสาอากาศ ได้พัฒนาเสาอากาศและวงจรอนาล็อก โดยการสนับสนุนจากคอนติเนนทอล นำไปสู่โครงสร้างเสาอากาศระดับชั้นนำของโลกสำหรับระบบควบคุมการเข้า ออกโดยไม่ใช้กุญแจ และระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
ปัจจุบันคอนติเนนทอลและคัทไทรน์ อยู่ในระหว่างพัฒนาโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะร่วมกับลูกค้าสองรายสำหรับการผลิตเชิงธุรกิจในจำนวนมาก โครงการในอนาคตสองโครงการอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาะดับสูง ในอีกสองถึงสามปีข้างหน้าโมดุลเสาอากาศอัจฉริยะชิ้นแรกจะสามารถเชื่อมต่อรถยนต์กับเครือข่ายทั่วโลก
“Always on พร้อมทุกการเชื่อมต่อ” จะไม่ได้หมายความถึงเพียงแต่พื้นที่อื่น ๆ ของชีวิตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงชีวิตที่อยู่ภายในรถยนต์ที่พร้อมสำหรับการขับขี่ที่ปลอดภัยขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกลุ่มคอนติเนนทอล คอร์ปอเรชั่น เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำลำดับต้นๆ ของโลก มียอดขายในปี 2552 มากกว่า 20 พันล้านยูโร ในฐานะที่กลุ่มคอนติเนนทอล เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ ได้แก่ ระบบเบรก ระบบและชิ้นส่วนสำหรับระบบส่งกำลังและแชสซี หน้าปัดรถยนต์ อุปกรณ์เพิ่มความบันเทิงในรถยนต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์ ยางรถยนต์และยางสังเคราะห์ เป็นต้น กลุ่มคอนติเนนทอล มุ่งมั่นพัฒนาระบบและส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่สูงสุด อีกทั้งร่วมกันปกป้องสภาพแวดล้อมของโลกด้วย นอกจากนี้ คอนติเนนทอล ยังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารที่ใช้ในยานยนต์ ปัจจุบัน กลุ่มคอนติเนนทอล คอร์ปอเรชั่น มีพนักงานประมาณ 138,000 คน ในสำนักงานใน 46 ประเทศทั่วโลก
กลุ่มยานยนต์คอนติเนนทอล เป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลำดับต้นๆ ของโลก ประกอบด้วย 3 ส่วนธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจแชสซีและความปลอดภัย (ยอดขาย 4.4 พันล้านยูโร พนักงาน 27,000 คน) ธุรกิจระบบส่งกำลัง (ยอดขาย 3.4 พันล้านยูโร พนักงาน 24,000 คน) และธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ (ยอดขาย 4.4 พันล้านยูโร พนักงานมากกว่า 27,000 คน) ในปี 2552 กลุ่มยานยนต์สามารถสร้างยอดขายรวมมากกว่า 12 พันล้านยูโร กลุ่มยานยนต์ มีสำนักงานกว่า 130 แห่งทั่วโลก ในฐานะพันธมิตรของอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้มีการพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนและระบบที่เป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อยานยนต์แห่งโลกอนาคตซึ่งรถยนต์สามารถตอบสนองความต้องการส่วนบุคคล ให้ความเพลิดเพลินในการขับ มีความปลอดภัยในการขับขี่สูง อีกทั้งยังปกป้องสภาพแวดล้อมของโลกและราคาประหยัดคุ้มค่าด้วย
ธุรกิจแชสซีและความปลอดภัย พัฒนาและผลิตระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเบรกไฮดรอลิก ระบบควบคุมแชสซี เซ็นเซอร์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบควบคุมถุงลมนิรภัยด้วยไฟฟ้าและเซ็นเซอร์ ระบบปัดน้ำฝน เช่นเดียวกับ ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม ความสามารถหลักของสายงานนี้คือ การบูรณาการระบบป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและระบบปกป้องหลังเกิดอุบัติเหตุไปสู่แนวคิดความปลอดภัยของคอนติการ์ด ส่วนธุรกิจระบบส่งกำลัง จะผสมผสานนวัตกรรม และระบบส่งกำลังยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายรวมถึงหัวฉีดแก๊สโซลีนและดีเซล ระบบจัดการเครื่องยนต์ ระบบควบคุมเกียร์ เซ็นเซอร์ และแอคทูเอเตอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงและชิ้นส่วน รวมทั้งระบบสำหรับรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า การจัดการข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจอุปกรณ์ภายในรถยนต์ ซึ่งเน้นการจัดการข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญ ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ภายในรถยนต์และหน้าปัดแสดงข้อมูล หน่วยควบคุม ระบบการเปิดปิดรถยนต์อัตโนมัติ ระบบตรวจสอบยางรถ วิทยุ ระบบมัลติมีเดียและระบบนำทาง ระบบควบคุมอุณหภูมิ เทเลมาติกส์ โมดุลที่นั่งคนขับ ผลิตภัณฑ์และบริการเสริมอื่น ๆ
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ







