posttoday
แนะซื้อ ADVANC-DTAC

แนะซื้อ ADVANC-DTAC

21 กรกฎาคม 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ “กรณ์ จาติกวณิช” รมว.คลัง เสนอให้แปลงสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐวิสาหกิจ (ทศท./กสทฯ) กับผู้ประกอบการเอกชน มาเป็นการออกใบอนุญาตการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2จี โดยใบอนุญาตนี้จะมีอายุ 15 ปี (เหมือนระยะเวลาของใบอนุญาต 3จี) และเสียค่าธรรมเนียมในอัตรา 12.5% ของรายได้ จากปัจจุบันเสีย 2530%

อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดตั้งคณะกรรมการระหว่างสองกระทรวง เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแปลงสัญญาสัมปทาน ซึ่งรายละเอียดคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

เนื่องจากความพยายามของรัฐบาลและคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคม (กทช.) ในการเพิ่มความเป็นไปได้ของการแปลงสัมปทาน 2จี ประเด็นการสูญเสียรายได้ของ ทศท./กสทฯ จึงน่าจะลดลงในขณะนี้ ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่การประมูลใบอนุญาต 3จี จะเกิดขึ้นภายในเดือน ก.ย.นี้ มีมากขึ้นกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาด

แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง นักวิเคราะห์ในตลาดยังคงเห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2จี ซึ่งอยู่ที่ 12.5% เทียบกับค่าธรรมเนียม 8% ของ 3จี และในขั้นนี้ กทช. ไม่มีความตั้งใจที่จะทบทวนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการให้บริการ 3จี ซึ่งหากการประมูลใบอนุญาต 3จี เกิดขึ้นในเดือน ก.ย. โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จะทำให้เกิดความยากลำบากสำหรับรัฐบาลในการชักชวนผู้ประกอบการเอกชนให้เข้ามาดำเนินงานภายใต้ 2จี เนื่องจากแผนการของรัฐบาลยังคงมีความไม่ชัดเจน และกรอบเวลาการประมูล 3จี กำลังกระชั้นเข้ามา จึงยังคงเห็นความเสี่ยงที่การประมูลใบอนุญาต 3จี จะเลื่อนออกไปจากเดือน ก.ย.นี้

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ยังคงแนะนำหุ้นกลุ่มสื่อสารภายใต้มูลค่า 2จี โดยยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ให้ราคาเป้าหมาย 44.50 บาท/หุ้น และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ให้ราคาเป้าหมาย 91 บาท/หุ้น และยังคงแนะนำ “ขาย” บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ราคาเป้าหมาย 2.5 บาท/หุ้น

ด้านนักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า หาก ทศท./กสทฯ ยอมลดรายได้จากสัมปทานที่ระดับ 2030% ของรายได้เหลือไม่ต่ำกว่า 17.5% (และ 7.5% ในกรณีของ ADVANC ระบบเติมเงิน) ก็จะไม่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยของบริษัทเอกชน และไม่ดึงดูดให้จ่ายค่าแรกเข้า (Upfront Fee) เพื่อแปลงสัมปทาน

แต่มีโอกาสให้ประโยชน์ทุกบริษัท โดย TRUE มีแนวโน้มได้ประโยชน์ที่สุดหากสามารถแปลงสัมปทานเป็นใบอนุญาต จะให้ประโยชน์ต่อทุกบริษัท

ประการแรก การลดความไม่แน่นอนหลังหมดสัญญาสัมปทาน

ประการที่สอง โอกาสที่จะลดต้นทุนต่อหน่วยหากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตบวกกับค่าเช่าโครงข่ายแล้วต่ำกว่าส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานอันจะช่วยเพิ่มราคาเหมาะสม ทั้งนี้ บล.กิมเอ็ง ประเมินว่า TRUE ได้รับประโยชน์มากที่สุดเพราะ

ประการแรก ประหยัดต้นทุนต่อหน่วยสูงที่สุด (เท่ากับ DTAC)

ประการที่สอง คลายความกังวลของนักลงทุนเรื่องอายุสัมปทานที่เหลืออีกเพียง 3 ปี โดยความเสี่ยงที่ลดลงจะส่งผลดีต่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย

ประการที่สาม แนวโน้มการจ่ายค่าแรกเข้า (Upfront Fee) ต่ำกว่าคู่แข่งหากคำนวณจากอายุสัมปทานที่เหลือและปริมาณความถี่ที่ถือครองซึ่งต่ำกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้ จับตาดูโค้งสุดท้ายก่อนกำหนดการประมูลใบอนุญาต 3จี ในเดือน ก.ย.นี้ ที่เชื่อว่า กทช ยังมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี ตามกำหนดการในเดือน ก.ย.นี้ (ก่อนที่กรรมการ กทช 3 ท่านจะหมดวาระลง ณ สิ้นเดือน ก.ย.) โดยไม่รอการแปลงสัมปทานซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสรุปและตกลงกันได้เมื่อใด

อย่างไรก็ดี จะต้องจับตาดูว่ารัฐบาลจะดำเนินการใดอันทำให้การประมูลใบอนุญาต 3จี ล่าช้าไปหรือไม่ หากไม่สามารถรั้งไว้ได้รัฐบาลอาจจะพิจารณาเก็บภาษี (สรรพสามิต) ธุรกิจ 3จี เพิ่มเติม อันจะทำให้ค่าธรรมเนียมโดยรวมเกินกว่า 6%

บล.กิมเอ็ง ยังแนะนำหุ้น ADVANC เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากราคาปัจจุบันมีส่วนต่างจากราคาเหมาะสมแบบไม่รวม 3จี มากที่สุด อีกทั้งคาดหมายเงินปันผลระหว่างกาล 3 บาท (และอาจจ่ายเพิ่มเติมพิเศษหากใบอนุญาต 3จี ล่าช้าออกไป) และยังคงคำแนะนำซื้อ DTAC เช่นกัน (ด้วยแนวโน้มกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดในปีนี้และโอกาสได้รับผลประโยชน์จาก 3จี ในอนาคต) การแปลงสัมปทานจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการแปลงสัมปทานเป็นใบอนุญาต จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมาจากการร่วมมือและเห็นพ้องของทุกฝ่าย

สถาบันวิจัยนครหลวงไทยเชื่อว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่รัฐบาลจะสามารถแปรสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ภายในเวลา 2 เดือน

หากเปรียบเทียบระหว่าง การแปรสัญญาสัมปทาน และการเข้าประมูลใบอนุญาตใหม่ สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประเมินว่าใบอนุญาตใหม่ของคลื่น 2.1 GHz จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในช่วง 15 ปี มากกว่าการอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม ย่านความถี่ที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการข้อมูลที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค จึงเป็นไปได้สูงมากที่ผู้บริโภคจะย้ายไปขอใช้บริการจากผู้ประกอบการที่สามารถให้บริการ 3จี ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเลขหมายหลังจากที่บริการคงสิทธิหมายเลขโทรศัพท์เริ่มใช้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีช่องทางในการหารายได้ เพราะปัจจุบันรายได้จากการให้บริการข้อมูลมีสัดส่วนเพียง 15% ขณะที่คลื่นความถี่เดิมที่มีความจำกัดมากขึ้นเพราะต้องกันพื้นที่ส่วนใหญ่สำหรับให้บริการเสียง แม้ว่าการลงทุนในคลื่นความถี่ใหม่จะสูงแต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะสินทรัพย์ที่เกิดจากการลงทุนจะตกเป็นของเจ้าของใบอนุญาต แตกต่างจากสัมปทานที่สินทรัพย์ทุกอย่างต้องเป็นของรัฐบาล อีกทั้งยังขาดความคล่องตัวในการดำเนินงาน

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของสรุปข้อสนเทศอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้ กทช. ไม่สามารถประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาทันตามกำหนด ประกอบกับเหตุผลที่กล่าวมาในข้างต้น จึงเชื่อว่าการแปรสัญญาสัมปทานไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ทันกับที่ กทช. จะเปิดประมูลใบอนุญาต แต่ถึงแม้ว่าจะมีการให้แปรสัญญาสัมปทานจริง ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการเอกชนจะเลือกเข้าประมูลใบอนุญาตของคลื่นความถี่ 2.1 GHz

สถาบันวิจัยแห่งนี้ เชื่อว่าความคลุมเครือจะทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจ ราคาหุ้นกลุ่มสื่อสารจึงยังน่าถูกกดดันได้ในสัปดาห์นี้ สำหรับคำแนะนำการลงทุน ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนของกลุ่มสื่อสารเท่าเดิม โดยยังเชื่อว่าการประมูลใบอนุญาตจะเกิดได้ตามเป้าหมายของ กทช. ในเดือน ก.ย. ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการเอกชนในการลดต้นทุนบริการ โดยแนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” ADVANC และ DTAC

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน