
โบรกกดกำไรPTTARลง2ปี
คาดไตรมาส2ขาดทุนเกินคาด แผนควบรวมกับIRPCส่อสะดุด
โพสต์ทูเดย์
— PTTAR ดิ่งเหวนักวิเคราะห์หั่นเป้ากำไรปีนี้ปีหน้าหลังคาดไตรมาส 2 ขาดทุนเกินคาด แถมแผนควบรวม IRPC ส่อยืดอีกราคาหุ้นของ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) ปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดยปิดที่ 23 บาท ร่วง 1.50 บาท หรือ 6.12% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 1,509 ล้านบาท สาเหตุที่หุ้น PTTAR ดิ่งลงแรง น่าจะเป็นผลมาจากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งแนะนำให้
“ขาย” หรือ “หลีกเลี่ยงการลงทุน” หุ้น หลังคาดการณ์ว่าผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2553 ของ PTTAR น่าจะออกมาขาดทุนมากกว่าที่คาดไว้นอกจากนี้ หุ้น PTTAR ยังได้รับผลกระทบจากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับชี้มูลความผิดอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กรณีฟื้นฟูกิจการ บริษัท ทีพีไอ (TPI) ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท ปตท. (PTT) มีนโยบายให้ควบรวมกิจการกับ PTTAR
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) กล่าวว่า ปตท.เตรียมนำผลการชี้มูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจใน
การควบรวมกิจการ IRPC และ PTTAR ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้จะมีผลกระทบต่อแผนควบรวม เพราะจะต้องดูความเหมาะสมและผลการศึกษาอย่างรอบคอบก่อน จนถึงขณะนี้ยังระบุไม่ว่าการควบรวมจะเสร็จสิ้นเมื่อไร จากเดิมที่คาดว่าจะชัดเจนในไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ายังคงมีการศึกษาเพื่อที่จะปรับโครงสร้างกิจการการกลั่นน้ำมันในเครือ ปตท.ทั้ง 4 บริษัท ได้แก่ IRPC, PTTAR, บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) อย่างแน่นอน
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย คาดว่า PTTAR จะประกาศผลขาดทุนสุทธิ ประมาณ 397 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปีนื้ ซึ่งขาดทุนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอ่อนตัวลง ดังนั้นจึงปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลงจากเดิม 45% เป็น 5,120 ล้านบาท และปีหน้าลง 42% เป็น 5,693 ล้านบาท พร้อมทั้งลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 25 บาท เพราะธุรกิจอะโรเมติกส์จะมีผลขาดทุนจากมีส่วนต่างกำไรลดลงเหลือเพียง 4.435.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากไตรมาสแรกของปีอยู่ที่ 8
–9.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และยังมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงอะโรเมติกส์ AR2 ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาด้าน บล.เกียรตินาคิน ได้ปรับลดราคาเหมาะสม PTTAR จาก 34 บาท เป็น 29 บาท แต่ยังคงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ส่วนประเด็นข่าวการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.นั้นยังเชื่อว่าการประกาศควบรวมกิจการกับ IRPC จะเกิดขึ้นในปี 2553 แม้จะมีความล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิมกว่า 6 เดือนแล้วก็ตาม ทำให้ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนเป็นการ ซื้อเก็งกำไร เช่นเดิม
ส่วนหุ้น IRPC ปิด 4.04 บาท ลดลง 0.06 บาท หรือเท่ากับ 1.46%







