
ธุรกิจ SMEs ภาคบริการ สู่ความเป็นสากล
“ภาคบริการ” มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535 ส่งผลให้การจ้างงานในภาคบริการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว จากสถิติการจ้างงานใน OECD พบว่าร้อยละ 50 เป็นการจ้างงานในภาคบริการ และโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น SMEs ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ภาคบริการ” มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535 ส่งผลให้การจ้างงานในภาคบริการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว จากสถิติการจ้างงานใน OECD พบว่าร้อยละ 50 เป็นการจ้างงานในภาคบริการ และโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น SMEs ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลจากเทคโนโลยียุคใหม่ได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับ
ผู้ประกอบการ SMEs ผันตัวเองจากภาคการผลิตไปสู่ภาคบริการเพิ่มมากขึ้น ทั้งในรูปแบบของการตั้งธุรกิจใหม่ หรือต่อยอดไปจากภาคการผลิตที่มีอยู่แล้ว เนื่องจากภาคบริการมีความคล่องตัวสูงในการเป็นธุรกิจข้ามพรมแดน (Internationalization) เพราะไม่ต้องมีตัวสินค้าที่เป็นรูปธรรม ไม่ต้องขนส่งและเก็บสินค้าคงคลัง แต่สามารถให้บริการผ่านระบบสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และแยกส่วนการให้บริการได้ เช่น Call Center อยู่ประเทศหนึ่ง การบริการอื่นๆ อาจจะแยกส่วน Outsource
สำหรับประเทศไทย ธุรกิจในภาคบริการนับเป็นกลไกสำคัญในการพยุงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จากตัวเลขที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ทำการศึกษารวบรวม พบว่า ผู้ประกอบการ SMEs ในภาคบริการมีจำนวน 1,041,818 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.07 ของ SMEs ทั้งหมด ซึ่งภายใต้แผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมปี 2558-2559 ของ สสว. ได้กำหนดให้ธุรกิจในภาคบริการเป็นเป้าหมายที่จะได้รับการส่งเสริม เช่น บริการด้านการท่องเที่ยว บริการด้านการศึกษา บริการด้านสุขภาพ ฯลฯ
ดังนั้น การจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 นี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยในภาคบริการจะได้เตรียมการและพัฒนาตนเองสู่การทำธุรกิจข้ามพรมแดน เพื่อขยายฐานการค้าและสร้างรายได้ และเป็นการเสริมศักยภาพให้ธุรกิจ SMEs ไทยก้าวสู่ความเป็นสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น กลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมการเริ่มตั้งแต่
1.เตรียมความพร้อมในการส่งออก โดยผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้และทำการวิเคราะห์ธุรกิจ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเอง และประเมินศักยภาพการตลาดเพื่อตัดสินใจเลือกตลาดเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ
2.จัดทำแผนการส่งออก ที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องข้อมูลองค์กร วิสัยทัศน์และเป้าหมาย ตลาดเป้าหมาย รวมถึงกลยุทธ์การตลาด ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ต้องการจะส่งออก กลยุทธ์ด้านราคา รวมถึงการวางแผนบริหารจัดการ ทั้งด้านพนักงานและด้านการเงิน ฯลฯ
3.การวิจัยตลาด โดยศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย เพื่อให้รู้ถึงความต้องการ คู่แข่ง รวมถึงบริบทต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
4.ศึกษาสภาพแวดล้อมของการค้าระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน รวมถึงห่วงโซ่มูลค่าในตลาดโลก (Global Value Chain : GVC) เพราะสิ่งนี้จะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่สำคัญสำหรับ SMEs ไทย
ที่สำคัญธุรกิจ SMEs ภาคบริการที่จะก้าวสู่สากล จะต้องสามารถให้บริการอย่างต่อเนื่องและบริการข้ามพรมแดนได้ มีเครือข่ายบริการ (Network) ควรลงทุนในการพัฒนาทักษะของบุคลากรผู้ให้บริการ สร้างนวัตกรรม ตลอดจนการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเองให้พร้อมรับกับสภาพการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ







