
TPP ปัจจัยเร่งใหม่
ดิฉันได้รับฟังมุมมองของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณอดีตเลขาธิการอาเซียน และประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย เกี่ยวกับอภิมหาความร่วมมือของโลกอย่าง TPP (Trans-Pacific Partnership) ที่ไทยยังไม่ได้เข้าร่วมจากเหตุของความไม่พร้อม หรือ ไทยอาจไม่ต้องการเป็นหมากในความขัดแย้งของสหรัฐและจีน ดิฉันเห็นว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจ จึงขอนำมาบอกเล่าดังนี้ค่ะ
ดิฉันได้รับฟังมุมมองของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณอดีตเลขาธิการอาเซียน และประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย เกี่ยวกับอภิมหาความร่วมมือของโลกอย่าง TPP (Trans-Pacific Partnership) ที่ไทยยังไม่ได้เข้าร่วมจากเหตุของความไม่พร้อม หรือ ไทยอาจไม่ต้องการเป็นหมากในความขัดแย้งของสหรัฐและจีน ดิฉันเห็นว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจ จึงขอนำมาบอกเล่าดังนี้ค่ะ
การเกิดขึ้นของ TPP จะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้ชาติอาเซียนเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องร่วมมือกันมากขึ้น ร่วมกันผลักดันกรอบความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีร่วมกันของอาเซียนกับอีก 6 ประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ไม่ว่าเหตุผลของการไม่ได้ร่วม TPP จะเป็นอย่างไร ความหมายของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้นเปลี่ยนไปแน่นอน ในกลุ่ม TPP มีประเทศในอาเซียนเป็นสมาชิก4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งน่าสนใจว่าประเทศเหล่านี้มองข้ามการพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายในอาเซียนไปสู่ความร่วมมือนอกกลุ่มอาเซียน ขณะที่ทุกวันนี้ไทยกลับยังเพียงครุ่นคิดว่าเราจะเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างไร
ชาติอาเซียนที่อยู่ในกลุ่ม TPP แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ สิงคโปร์และบรูไน ซึ่งเป็นประเทศที่มีระดับรายได้สูง อาจมีต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน จึงไม่แปลกที่จะสนใจความร่วมมือนอกกลุ่ม แต่ที่น่าสนใจคือ เวียดนามและมาเลเซีย ที่มีพื้นฐานและฐานะทางเศรษฐกิจไม่ต่างจากไทยนัก หรือบางมิติอาจด้อยกว่าไทยก็อยู่ในกลุ่ม TPP เช่นกัน โดย 2 ประเทศนี้ไม่ได้ต่างกับไทยนัก เช่น ไทยมีรายได้ประชากรต่อหัวน้อยกว่ามาเลเซีย แต่สูงกว่าเวียดนาม การดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ ที่ไทยยังได้เปรียบเวียดนามและมาเลเซีย แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเขาอาจรุกแซงหน้าเราไปได้ เป็นต้น
การเข้าร่วมกลุ่ม TPP ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวเลือกของสมาชิกอาเซียน ทำให้ความหมายและบทบาทของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนถูกลดทอนความสำคัญลง อาเซียนจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างให้เกิดความร่วมมือภายใต้กรอบ RCEP เพื่อป้องกันไม่ให้ TPP เป็นทางเลือกที่จะเข้ามาแย่งชิงความสำคัญจากกรอบความร่วมมือของอาเซียนเดิมนี้ ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้นแล้ว ท้ายที่สุดจะส่งผลลบต่ออำนาจต่อรองและอิทธิพลทางการค้าของอาเซียนในประชาคมโลกอย่างแน่นอน







