
‘ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์’ ยึดหลัก ‘ยุติธรรม แบ่งปัน’
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. ผู้ให้บริการออกแบบและตกแต่งงานอย่างครบวงจร กำลังจะเข้าเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในเดือน ธ.ค. 2558
“ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์” วัย 64 ปี จบปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. หรือใช้ชื่อย่อว่า “K” เล่าถึงความเป็นมาในการก่อตั้งธุรกิจว่า เริ่มต้นเมื่อราว 30 ปีก่อน เคยเข้าไปเป็นลูกจ้างอยู่ในวงการงานแสดงสินค้าและงานก่อสร้างช่วงระยะเวลาหนึ่ง และปี 2532 เห็นโอกาสจึงออกมาก่อตั้งธุรกิจเอง
จนถึงปี 2545 กลุ่มคิงส์เมนจากสิงคโปร์เห็นศักยภาพบริษัท จึงติดต่อเข้ามาขอร่วมทุน ถือหุ้นสัดส่วน 20% บริษัทออกขายหุ้นเพิ่มทุนเพื่อใช้ขยายกิจการ เพราะขณะนั้นเพิ่งผ่านวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งยังมีภาระหนี้อยู่จำนวนมาก รวมถึงยังส่งงานและลูกค้ามาให้ด้วย มีการฝึกอบรมพนักงานผู้บริหารร่วมกันหมุนเวียนไป 19 ประเทศ ที่มีสาขาประจำอยู่
งานที่รับในช่วงเริ่มต้นก่อนมีพันธมิตรสิงคโปร์จะรับงานแสดงสินค้าลักษณะที่เป็นบูธพิเศษ อาทิ บูธรถยนต์มูลค่าสูงที่ยากและจัดนิทรรศการ ส่วนธุรกิจออกแบบตกแต่งภายในของช็อปร้านค้าระดับไฮเอนด์ เริ่มทำหลังจากเข้าอยู่ในกลุ่มคิงส์เมนแล้ว
“หลักการบริหารธุรกิจที่นี่ แม้เป็นธุรกิจครอบครัวแต่ต้องการหามืออาชีพเข้ามาบริหารเพราะรู้ว่าตัวเองไม่เก่งในธุรกิจที่ทำ ตอนนี้ถือว่ามีผู้บริหารที่ดีที่สุดของบริษัทในรอบ 10 ปี จึงค่อยๆ ถ่ายโอนอำนาจบริหารจัดการไปสู่ผู้บริหารมืออาชีพ จนปัจจุบันเกือบทั้งหมดผมเองจะดูเฉพาะภาพรวม”
ในฐานะผู้ก่อตั้ง K ใน 10-20 ปี ต้องการวางองค์กรให้เจริญเติบโตแบบอย่างยั่งยืน และต่อเนื่องไปในอนาคตให้อยู่คู่กับประเทศไทย ด้วยระบบงานที่เป็นมาตรฐานมีการบริหารจัดการที่ทันสมัยโดยใช้มืออาชีพแม้ตัวเองจะไม่ได้บริหารต่อไป ซึ่งระบบทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 4-5 ปี
ส่วนความต่างในช่วงการเป็นลูกจ้างกับเจ้าของธุรกิจ คือ การเป็นลูกจ้างจะทำงานตามคำสั่งของหัวหน้า ส่วนเมื่อเป็นเจ้าของธุรกิจเองจะมีความต่าง คือ ต้องการบริหารคนด้วยเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นำพาธุรกิจให้เติบโต ส่วนตัวจะยึดหลัก “ยุติธรรม แบ่งปัน” คือให้ความสำคัญกับพนักงานมากและเป็นมากกว่าคนในครอบครัวเพื่อรักษาให้บุคลากรทำงานกับบริษัทในระยะยาว เพราะมีแนวคิดว่าในตอนที่ตัวเองเป็นลูกจ้างอยากได้อะไร เมื่อเป็นนายจ้างแล้วจะให้สิ่งเหล่านั้นกับพนักงานของบริษัท
ปัจจุบันยังสวมหมวกกรรมการอิสระ/กรรมการตรวจสอบ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) เพราะส่วนตัวเคยเป็นเพื่อน “นพ.กำพล พลัสสินทร์” สมัยเรียนรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน บวกกับเห็นตัวเองมีความรู้ด้านสาขาการแพทย์จึงชวนมาร่วมงานด้วย และปีนี้นั่งเก้าอี้นายกสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย ซึ่งงานอดิเรกส่วนตัวที่เล่นมา 40 ปี เป็นกีฬาเก่าแก่ของอังกฤษเป็นงานอดิเรกของคนดังอย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์ และบิล เกตส์” ใช้ฝึกฝนความคิดเชิงบูรณาการทั้งด้านตรรกะ สมาธิ มนุษยสัมพันธ์ ใช้แก้ปัญหาในเด็กที่สมาธิสั้น ก้าวร้าวได้ และใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ในคนชราได้ด้วย โดยมีเป้าหมายว่าจะนำกีฬาบริดจ์เข้าไปเผยแพร่ในโรงเรียนมัธยมทุกจังหวัดทั่วประเทศ







