posttoday
TUมองปี'59สดใส

TUมองปี'59สดใส

25 พฤศจิกายน 2558

TU มองผลงานปี 2559 เฟื่องฟู  ราคาขายขยับตามวัตถุดิบ 18 ธ.ค. รู้ผลบัมเบิ้ลบี

TU มองผลงานปี 2559 เฟื่องฟู  ราคาขายขยับตามวัตถุดิบ 18 ธ.ค. รู้ผลบัมเบิ้ลบี

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจโดยรวมในปี 2559 จะออกมาดีกว่าปีนี้ คาดรายได้จะเติบโต 15-20% จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้กว่า 1.2 แสนล้านบาท หรือมากกว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นก็จะสามารถรักษาอยู่ในระดับเดียวกับปีนี้ที่อยู่ระหว่าง 16-17% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4-5%

ปัจจัยที่สนับสนุนธุรกิจในปี 2559 นายธีรพงศ์ กล่าวว่า มาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น  5-10% ส่งผลให้บริษัทขายทูน่าในราคามากขึ้นได้เช่นกัน สถานการณ์กุ้งก็มีหนทางคลี่คลายมากขึ้น และปริมาณกุ้งเพิ่มขึ้น 10-20% หรือ 2.7-3 แสนตัน จากปีนี้อยู่ที่ 2.5 แสนตัน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนน่าจะทรงตัวในรูปของค่าเงินบาท จากต้นปีนี้เงินบาทแข็งค่า และเริ่มมาอ่อนค่าเมื่อครึ่งปีหลัง ส่วนค่าเงินยูโรเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นเช่นเดียวกัน

นอกจากนั้น กิจการที่บริษัทซื้อมาเริ่มจะออกดอกออกผลในปีหน้าอย่างชัดเจน ในครึ่งปีหลังจะเริ่มออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและมีการเพิ่มมูลค่าในแต่ละผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมถึงเห็นผลจากที่บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัทในกลุ่มประเทศเกิดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

นายธีรพงศ์ กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ว่า  ตอนนี้ต้องรอคำตัดสินจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ (DOJ) กรณีซื้อกิจการบริษัท บัมเบิ้ลบี ซีฟู้ดส์ จะออกมาในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ก่อน ถ้าผลออกมาดีบริษัทก็ต้องขายหุ้นในส่วนของบริษัทอาหารทะเลของบริษัท ชิคเก้น ออฟ เดอะ ซี ออกไป ซึ่งขณะนี้บริษัทได้มีการเจรจาและเปิดให้ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมและฟังข้อมูลไว้แล้ว  ทำให้บริษัทต้องชะลอเรื่องการซื้อกิจการหรือร่วมลงทุนในสหรัฐไปก่อน หากผลออกมาในทางที่ไม่สามารถซื้อได้ บริษัทก็ยังคงดำเนินการตามเป้าหมายภายในปี 2563 ที่มีรายได้ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  ตามแนวทางการซื้อกิจการและร่วมลงทุนเหมือนเดิม  อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงนโยบายในการจ่ายปันผลมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และมีการจ่ายปันผลปีละ  2 ครั้ง

“แม้บริษัทจะมีความล่าช้าในการเข้าซื้อบัมเบิ้ลบีไป 1 ปี แต่ระหว่างนี้เราก็มีความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย  ปัจจุบันนี้มีกระแสเงินสดหรือกำไรก่อนหักภาษีดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (อีบิตดา) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท จากทุกปีปกติจะอยู่ที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ปัจจุบันอยู่ที่ 0.64 เท่า จากปีก่อนที่ 0.85 เท่า” นายธีรพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ถ้าบริษัทต้องมีการขายชิคเก้น ออฟ เดอะ ซี ออกไป  ถือว่าบริษัทจะใช้เงินในการซื้อบัมเบิ้ลบีน้อยลง   และใช้กระแสเงินสดที่น้อยลงกว่าเดิม ทั้งนี้ราคาซื้อกิจการบัมเบิ้ลบีอยู่ที่ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่บริษัทจะไม่รีบในการดำเนินการ ขอใช้เงินก่อนที่จะได้ผลสรุปในการดำเนินงานว่าซื้อกิจการได้หรือไม่ แต่ครั้งนี้จะทำทุกอย่างให้รอบคอบกว่าที่ต้องได้โครงการให้ชัดก่อนที่จะวางแผนในการใช้เงิน

ด้านงบการลงทุนในปี 2559 ยังคงกำหนดไว้ที่ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปีเช่นเดิม โดยยังไม่รวมงบการร่วมทุนหรือซื้อกิจการแต่อย่างใด

สำหรับเหตุการณ์ก่อการร้ายกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายธีรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอซื้อสินค้าหรือการยกคำสั่งซื้อจากกลุ่มยุโรปแต่อย่างใด   จึงไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทแต่อย่างใด โดยมองว่าเหตุการณ์นี้เหมือนกับตอนที่กรุงเทพฯ มีเหตุการณ์ระเบิด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวในระยะสั้นเท่านั้น และสินค้าของ TU ก็ไม่ได้เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยว แต่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานที่คนยังจำเป็นต้องกินต้องใช้

กรณีปัญหาการทำประมงอยากจะยกเรื่องให้เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นรัฐบาลมีความเข้มงวดที่จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง จนออกมาเป็นพระราชกำหนดถือว่ามีความเข้มงวด

อย่างไรก็ดี มองว่าความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจปีหน้าต้องบอกว่า ปกติเรื่องเศรษฐกิจของโลกจะไม่มีส่วนกระทบหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด ซึ่งถึงวันนี้แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าสินค้าของ TU เป็นสินค้าจำเป็นและพื้นฐานของคนทั่วไป

“มองเศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังคงเป็นปีที่มีความท้าทาย แต่คงไม่ได้จากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน แต่จำเป็นต้องมาจากการลงทุนภาครัฐที่จะเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นายธีรพงศ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท