posttoday
ห้างญี่ปุ่นงัดเจ-ป๊อป ชูวัฒนธรรมชิงลูกค้าไทย

ห้างญี่ปุ่นงัดเจ-ป๊อป ชูวัฒนธรรมชิงลูกค้าไทย

25 พฤศจิกายน 2558

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งสำหรับธุรกิจห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น หลังโครงการดิไอคอนสยามมีแผนจะดึงห้างทาคาชิมาย่าเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรธุรกิจ เพื่อสร้างจุดขายให้กับโครงการ จากการประกาศแผนดังกล่าวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยก่อนหน้านี้ เช่น โตคิว อิเซตัน ต่างต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์ในไทยเพื่อรับน้องใหม่ ซึ่งมีจุดแข็งห้างเก่าแก่พรีเมียมสะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่น Japanese Pop Culture หรือ J-Pop (เจ-ป๊อป) เป็นจุดขาย

ปัจจัยที่ทำให้ 2 ห้างสรรพสินค้าดังจากญี่ปุ่นต้องเตรียมแผนรับมือน้องใหม่ เพราะทาคาชิมาย่าเป็นห้างสรรพสินค้าพรีเมียมที่เก่าแก่มีอายุมากกว่า 180 ปี และเป็นที่ยอมรับของคนญี่ปุ่น โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศมากกว่า 20 สาขา ซึ่งในส่วนของประเทศไทยจะเปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าทาคาชิมาย่าในปี 2560 ต่อจากประเทศเวียดนามที่จะเปิดให้บริการในปี 2559

หลังจากทาคาชิมาย่าออกมาประกาศแผนรุกธุรกิจห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ห้างสรรพสินค้าโตคิวก็ออกมาประกาศแผนลงทุนขยายสาขา 2 ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานาน 30 ปีกับธุรกิจ 1 สาขา ที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค

จุดเด่นที่ห้างสรรพสินค้าโตคิวนำมาเสนอกลุ่มลูกค้าชาวไทยสำหรับสาขาที่ 2 คือ ชูความเป็นสินค้าที่นำเข้าโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่น เช่น กลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบในสินค้าญี่ปุ่น

เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ที่ออกมาประกาศรับมือน้องใหม่ด้วยการออกมาประกาศแผนปรับปรุงห้างสรรพสินค้าอิเซตันครั้งใหญ่ในรอบ 23 ปี ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่ทั้ง 5 ชั้นของตัวห้างสรรพสินค้า โดยจะเริ่มปรับปรุงอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2559-2561 เพื่อล้างภาพลักษณ์จาก “ดีพาร์ตเมนต์สโตร์” เป็น “เอนเตอร์เทนเมนต์สโตร์”

สำหรับชั้นแรกที่ได้เริ่มปรับปรุงแล้วในปี 2558 และแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท คือ ชั้น 5 เพื่อให้เป็นชั้นจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ชื่อ วะโชกุ แกลเลอรี่ ที่เน้นความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ทาคาคิ อะคุเนะ ประธานบริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับชั้น 5 เป็น วะโชกุ แกลเลอรี่ ในครั้งนี้ก็เพื่อยกระดับสินค้าและบริการภายใต้ห้างสรรพสินค้าอิเซตันให้มีคุณภาพภายใต้มาตรฐานญี่ปุ่น โดยจะใช้คอนเซ็ปต์ ดิส อีส เจแปน เป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำตลาดผ่าน 4 องค์ประกอบหลัก คือ สร้างความสนุกสนานกับการกินและดื่ม (อีต) สนุกสนานกับการทำอาหาร(คุก) สนุกสนานกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านอาหาร (จอย) และการหาของขวัญสำหรับวันพิเศษ (กิฟต์)

นอกจากนี้ ยังได้นำแบรนด์อาหารญี่ปุ่น-ยุโรปจำนวน 9 ร้าน แบรนด์ขนมญี่ปุ่น 4 ร้าน และแบรนด์ขนมตะวันตก 10 ร้าน เข้ามาเปิดให้บริการ พร้อมกันนี้ยังได้จัดโซนฟู้ดคอร์ตอาหารญี่ปุ่น นำมาเป็นทางเลือกและสร้างความหลากหลายให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบในร้านอาหารญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี เพื่อสร้างแบรนด์ของห้างสรรพสินค้าอิเซตันให้เป็นที่รู้จัก ล่าสุดได้มีการเปิดตัวแบรนด์ไอคอน “เฮลโล คิตตี้” มาช่วยในการสร้างแบรนด์ เนื่องจากเฮลโล คิตตี้เป็นคาแรกเตอร์ที่ได้รับความนิยมและแสดงออกถึงความน่ารักของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ทาคาคิ กล่าวต่อว่า ในส่วนของชั้น 1-4 ที่จะเริ่มดำเนินการปรับปรุงตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนว่าจะดำเนินการภายใต้คอนเซ็ปต์อะไร แต่ที่สามารถเปิดเผยได้ คือ หลังจากดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จจะมีสัดส่วนสินค้าญี่ปุ่นอยู่ที่ 60% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ีมีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้น

นอกจากอิเซตันจะให้ความสำคัญในเรื่องของการปรับปรุงสาขาเก่าแล้ว ล่าสุด อิเซตันยังมีแผนที่จะเปิดตัวธุรกิจใหม่ในรูปแบบสเปเชียลตี้สโตร์ภายใต้คอนเซ็ปต์ คูลเจแปน ในประเทศไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำคอนเซ็ปต์ดังกล่าวเข้าไปเปิดให้บริการภายในห้างสรรพสินค้าล็อต 10 ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็จะนำเข้ามาขยายในประเทศไทย

การแข่งขันของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขณะนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากปี 2560 เป็นต้นไป ภาพการแข่งขันน่าจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่า

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69