
ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นในตราสารระยะยาว
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (16-20 พ.ย. 2558) มีมูลค่ารวม 339,818.53 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 67,963.71 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12%
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (16-20 พ.ย. 2558) มีมูลค่ารวม 339,818.53 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 67,963.71 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 66% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 223,034 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 68,567 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,543 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 3.6 ปี) LB176A (อายุ 1.6 ปี) และ LB366A (อายุ 20.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่น
เท่ากับ 14,145 ล้านบาท 9,772 ล้านบาท และ 7,932 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปตท. รุ่น PTTC20NA (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 658 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท รุ่น PS166A (A) มูลค่าการซื้อขาย 629 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ รุ่น QH178A (A-) มูลค่าการซื้อขาย 591 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น 1-10 bps. โดยพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.10% จาก 2.69% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 2.79% ทั้งนี้ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐรายงานตัวเลขดัชนีภาวะเศรษฐกิจโดยรวม (Empire State Index) ประจำเดือน พ.ย. อยู่ที่ลบ 10.7 จากลบ 11.4 ในเดือนก่อนหน้า ตามด้วยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน ต.ค. ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังปรับลดลง 2 เดือนติดต่อกัน ด้านปัจจัยในประเทศ ช่วงวันพุธที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้เปิดประมูลพันธบัตรรุ่นใหม่ (New Issue) LB366A อายุ 20.59 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน 1.66 เท่าของวงเงินประมูล สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นประจำเดือน พ.ย. ของสหรัฐ ยูโรโซน และญี่ปุ่น ซึ่งจะรายงานในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 3,210 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 6,272 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 9,482 ล้านบาท







