posttoday
ซูเปอร์คลัสเตอร์

ซูเปอร์คลัสเตอร์

23 พฤศจิกายน 2558

รัฐบาลกำลังผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมรวมตัวกันที่เรียกว่า “คลัสเตอร์” โดยเฉพาะในกลุ่มคลัสเตอร์หลัก หรือซูเปอร์คลัสเตอร์ คือ 1.กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 2.กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคม 3.กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และ 4.กลุ่มดิจิทัล

รัฐบาลกำลังผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมรวมตัวกันที่เรียกว่า “คลัสเตอร์” โดยเฉพาะในกลุ่มคลัสเตอร์หลัก หรือซูเปอร์คลัสเตอร์ คือ 1.กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 2.กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคม 3.กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และ 4.กลุ่มดิจิทัล

แนวความคิดเรื่องการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่ดีมาก ก่อให้เกิดแนวร่วมทางธุรกิจและการผลิต ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน โดยในแนวตั้ง คือจะเกิดความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือตั้งแต่กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ลงมาการออกแบบ จนถึงการผลิตหลักและการผลิตย่อย ซึ่งหากมีความร่วมมือกันของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมขนาดกลางถึงเล็ก จะสร้างเครือข่ายห่วงโซ่มูลค่า หรือ Value Chain ให้เกิดขึ้นภายในประเทศ คือสามารถ “คิดเอง ทำเอง และขายเอง” ได้ ทำให้หลุดพ้นจากการเป็นเพียง “ผู้ซื้อ” เท่านั้น

ขณะที่ความสัมพันธ์ในแนวนอน คือ การประสานประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรอุตสาหกรรม เช่น มหาวิทยาลัยและสถาบันเพื่อความเป็นเลิศเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนงานวิจัยขั้นสูง และใช้ประโยชน์จากอาจารย์และนักวิจัย ให้ทำการวิจัยเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม

ความคิดที่ดีนี้จะเกิดเป็นความสำเร็จได้นั้นไม่ง่าย เพราะเป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการกันหลายกระทรวง ไม่เพียงแต่เฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจหลัก อย่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงศึกษาธิการ คือ กระทรวงการต่างประเทศต้องประชาสัมพันธ์เชิงรุกแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ ให้เห็นถึงสิทธิประโยชน์ในการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐสนับสนุน ขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องชี้นำอุตสาหกรรมในเรื่องความจำเป็นของการวิจัยภายในประเทศ และสร้างแรงจูงใจในการมีหน่วยวิจัยต้นน้ำในภาคอุตสาหกรรม

การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินสนับสนุนจึงจำเป็นต้องเน้นในเรื่องวิจัยให้มากที่สุด ต้องมากพอที่จะดึงดูดให้ผู้ประกอบการข้ามชาติขนาดใหญ่ เช่น โตโยต้า และฮอนด้า ให้มีหน่วยวิจัยเต็มรูปแบบในประเทศไทยเสียที

กระทรวงมหาดไทยต้องมีบทบาทเรื่องพื้นที่อุตสาหกรรม และการปฏิรูปผังเมืองของชาติต้องสร้างความชัดเจนเรื่องเขตอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครกล้าทุ่มทุนมหาศาลเพื่อขยายกิจการ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ

กระทรวงศึกษาธิการที่ถูกมองว่าไม่ใช่กระทรวงเศรษฐกิจ แต่ที่จริงเป็นกระทรวงที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด เพราะเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบการผลิตแรงงานคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรม และยังเป็นที่รวมของนักวิชาการและนักวิจัย ที่รัฐลงทุนมหาศาลส่งเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกมาตลอด แต่ถูกใช้แค่เพียงงานสอนหรืองานวิจัยแบบตามยถากรรม ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนต่อยอด

ผมมองว่าในอนาคต คงจะต้องมีคลัสเตอร์หลากหลายมากกว่านี้แน่นอน และรัฐควรต้องสนับสนุนเต็มรูปแบบคงถึงเวลาแล้วที่เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ที่เขาว่า “คนไทยนั้นเก่งแต่ทำงานร่วมกันไม่ได้” คงไม่จริง หากเรื่องคลัสเตอร์ที่เกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนนั้นประสบความสำเร็จ

และนั่นก็คือ ได้เวลาที่อุตสาหกรรมไทยจะก้าวไกลเสียที

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน