posttoday
สลับ 'กลุ่มลงทุน' ทำกำไร

สลับ 'กลุ่มลงทุน' ทำกำไร

23 พฤศจิกายน 2558

แข็งแกร่งทนทานจริงๆ สำหรับตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่ผ่านมาแม้จะมีแรงกดดันจากเหตุการณ์วินาศกรรมทั่วกรุงปารีส จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 พ.ย. 2558 (ตามเวลาประเทศไทย) แต่ SET Index ก็มีปฏิกิริยาเชิงลบแค่ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 พ.ย. 2558 หลังจากนั้นดัชนีก็ฟื้นตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 1,369 จุด สู่ 1,394 จุดในช่วงปลายสัปดาห์

แข็งแกร่งทนทานจริงๆ สำหรับตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่ผ่านมาแม้จะมีแรงกดดันจากเหตุการณ์วินาศกรรมทั่วกรุงปารีส จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 พ.ย. 2558 (ตามเวลาประเทศไทย) แต่ SET Index ก็มีปฏิกิริยาเชิงลบแค่ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 พ.ย. 2558 หลังจากนั้นดัชนีก็ฟื้นตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 1,369 จุด สู่ 1,394 จุดในช่วงปลายสัปดาห์

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับเพิ่มขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่มท่องเที่ยว ที่ได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือกลุ่มการเงิน จากแนวโน้มผลประกอบการที่น่าจะดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2559 ซึ่งในส่วนของกลุ่มท่องเที่ยว นอกจากกลุ่มโรงแรม MINT CENTEL ERW จะยังคงขึ้นอย่างสดใสแล้ว กลุ่มสนามบินอย่าง AOT หรือสายการบินที่เป็นหุ้นเด่นของฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์กสิกรไทยอย่าง BA ก็ขึ้นแรงเกินห้ามใจเช่นกัน โดย BA ให้ผลตอบแทนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 11% 

การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเคลื่อนไหวของดัชนีที่แกว่งตัวค่อนข้างแคบ สะท้อนว่าบรรยากาศตลาดปัจจุบันกำลังขาดทั้งปัจจัยหนุนและปัจจัยกดดัน เม็ดเงินที่หมุนอยู่ภายในตลาดซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนภายในประเทศ ยังคงเป็นตัวหล่อเลี้ยงตลาด โดยพฤติกรรมของกระแสเงินเน้นไปที่การสลับกลุ่มลงทุน หมุนวนกันไปเรื่อยๆ ด้วยลักษณะการเคลื่อนไหวแบบนี้ จึงทำให้ SET Index สามารถที่จะประคองตัวเหนือ 1,390 จุดต่อไปได้ ขณะที่ตลาดยังมีความหวังที่จะมีเงินลงทุนก้อนใหม่ๆ เข้ามาจากคำสั่งซื้อ LTF ปลายปี ก็จะเป็นตัวแปรที่ทำให้ดัชนีสามารถขยับปรับเพิ่มขึ้นได้

ประเมินว่ากระแสการสลับกลุ่มลงทุนจะเป็นโอกาสในการหาผลตอบแทนที่ดีในตลาด (หากเลือกถูกกลุ่ม) ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มที่จะเป็นเป้าหมายของกลุ่มลงทุนจะแบ่งเป็นกลุ่มกระแสเดิมคือ การเงิน SAWAD MTLS ท่องเที่ยว MINT CENTEL ERW AOT BA 2 กลุ่มนี้ยังสามารถที่จะลงทุนแบบเล่นรอบได้ กลุ่มที่คาดหวังว่ากระแสเงินจะเริ่มมาให้ความสนใจคือ กลุ่มอสังหาฯ SPALI LH โรงพยาบาล BDMS รับเหมาฯ CK และกลุ่มอาหาร CPF ทั้ง 4 กลุ่มสามารถที่จะซื้อเก็บสะสมไว้เพื่อรอวันที่กระแสเงินไหลเข้า และกลุ่มสุดท้ายก็คือ กลุ่มหุ้นถูก Downside ต่ำ คือ กลุ่มพลังงาน และ ธนาคาร พวกนี้สามารถที่จะซื้อเพื่อหวังจังหวะทำ Technical Rebound ได้

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นที่น่าสนใจคือ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า คลังเตรียมที่จะนำเสนอการจัดกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท เพื่อระดมเงินไปลงทุนในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะปี 2559 รัฐบาลประกาศว่าเป็นปีแห่งการลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ในระดับสูง โดยระหว่างที่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สามารถลงทุนได้ ก็เปิดทางให้กองทุนนำเงินไปลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนในการลงทุนอื่นๆ ได้ เช่น ตราสารทุน หรือตราสารหนี้ ซึ่งจะคล้ายกับกองทุนวายุภักษ์

การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวหาก ครม.เห็นชอบ เชื่อว่าจะทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาครัฐ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีมากขึ้น อีกทั้งการเปิดช่องให้มีการนำเงินมาลงทุนยังตราสารทุนได้ ระหว่างการพิจารณาแต่ละโครงการก็จะเป็นปัจจัยที่สามารถกระตุ้นตลาดทุนโดยรวมในปีหน้าได้ดีขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนทำให้ดัชนีขึ้นไปทดสอบระดับเป้าหมาย 1,600 จุด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ