
พาณิชย์ทำตลาด12เมืองเข็นสินค้าโอท็อปขาย
“พาณิชย์” จับมือ“ท่องเที่ยว” นำจีไอ-โอท็อป ทำตลาดขาย 12 เมือง หวังยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักของต่างชาติ
“พาณิชย์” จับมือ“ท่องเที่ยว” นำจีไอ-โอท็อป ทำตลาดขาย 12 เมือง หวังยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักของต่างชาติ
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช. พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการส่งเสริมนำสินค้าเอกลักษณ์ชุมชน หรือจีไอ และสินค้าโอท็อป ไปจำหน่ายตามแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและยกระดับสินค้าท้องถิ่นไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง
“กระทรวงฯต้องการยกระดับภาพลักษณ์สินค้าของท้องถิ่นที่มีศักยภาพไปสู่ลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวของไทยตามท้องถิ่นต่างๆจนก้าวไปสู่สินค้าในระดับอินเตอร์”
สำหรับสินค้าที่น่าสนใจใน 12 เมืองต้องห้าม..พลาด เช่น จังหวัดลำปาง จะมีผลิตภัณฑ์ไก่กะลา, ข้าวแต๋นแพค ชามลายไก่, จังหวัดน่าน มี ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า, กระปุกเกลือภูเขา, จี้นกกระซิบรัก, จังหวัดเพชรบูรณ์ มีผลิตภัณฑ์มะขามเคลือบช็อคโกแลต, ช้อนฝักมะขาม, ตะกร้าพอเพียง
จังหวัดเลย มีผลิตภัณฑ์มะพร้าวอ่อนแก้ว, เสื้อยืด และหน้ากากผีตาโขน, ไผ่สานร่วมสมัยเป็นกล่องทิชชูผีตาโขน, จังหวัดบุรีรัมย์ มีผลิตภัณฑ์ช้อนไม้กลึงสองยุค, ที่คาดโต๊ะกกพันเกลียว, ตุ๊กตาผ้าช้างไทย, จังหวัดจันทบุรี มีผลิตภัณฑ์พริกไทยดำ, กระเป๋ากกลาย, ผลไม้ , จังหวัดตราด มีผลิตภัณฑ์จักสานคลุ้ม, โคมไฟงอบน้ำเชี่ยว, กะลาเปลือกหอย, จังหวัดสมุทรสงคราม มีผลิตภัณฑ์น้ำหวานดอกมะพร้าวอินทรีย์, น้ำตาลดอกมะพร้าว 100% ,เบญจรงค์ย่อส่วน
จังหวัดราชบุรี มีผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาค้างคาวร้อยล้าน, แก้ว(โอ่ง)มังกร, ป้ายห้อยกระเป๋าเดินทาง รูปโอ่งมังกร, จังหวัดชุมพร มีเบญจรงค์ลาย, กล้วยเล็บมือนาง, ที่ติดตู้เย็น "เท่ง", กล้วยเล็บมือนาง 4 รส, จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผ้าคลุมไหล่มัดย้อมสีธรรมชาติ, โคมไฟตะลุง, เครื่องถ้วยเซร่มิค และ จังหวัดตรัง มีกระเป๋าเตยผสมหนัง, กำไลข้อมือไม้เทพทาโร และ ผ้าทอปะการัง เป็นต้น
ทั้งนี้ ทุกสินค้า มีจุดกำเนิดไอเดีย จากคำขวัญประจำจังหวัด จุดเด่นของชุมชน หรือ สถานที่ท่องเที่ยว แล้วพัฒนาเป็นสินค้าที่จับต้องได้ เช่น สร้างเรื่องราว ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ ให้กับสินค้า โดย 12 จังหวัด สามารถมีสินค้าที่น่าสนใจถึง 36 รายการ ซึ่งยังมีอีก 65 จังหวัด ว่าจะมีไอเดียผลิตสินค้าท้องถิ่นอะไรได้บ้าง หากดำเนินการได้สำเร็จก็จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นอย่างดี







