
SPCG ปลื้มไตรมาส 3 โกยกำไรพุ่ง 1.9 พันล้านบาท
SPCGมั่นใจปีนี้ผลประกอบการทะลุ 5 พันล้านบาทแน่ เซ็นสัญญากับญี่ปุ่นผุดโซลาร์ฟาร์มยักษ์เริ่มขายไฟฟ้าปี60
SPCGมั่นใจปีนี้ผลประกอบการทะลุ 5 พันล้านบาทแน่ เซ็นสัญญากับญี่ปุ่นผุดโซลาร์ฟาร์มยักษ์เริ่มขายไฟฟ้าปี60
วันที่ 20 พ.ย. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ได้จัดงาน “บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน หรือ Opportunity Day” ของบริษัท เอสพีซีจี โดยเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ บมจ.เอสพีซีจี ประจำไตรมาสที่ 3 / 2558 จากงบการเงินรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย.2558 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 3,713.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันในปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 2991.1 ล้านบาท กำไรสุทธิรวมจำนวน 1,923.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันในปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวมจำนวน 1205.2 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นจำนวน 1.842 บาทต่อหุ้น เนื่องจากการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าครบทั้งหมด 36 โครงการ และคิดเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 457 ล้านบาท และคาดว่าผลประกอบการทั้งปีจะไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟ ของประเทศไทยในอนาคต ภายใต้แบรนด์ SPR Solar Roof ผู้นำการติดตั้งการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน โดยมีการรับประกันค่าพลังงานที่ผลิตได้รวมทั้งมีการบริการหลังการขาย อีกทั้งรัฐบาลยังให้การส่งเสริมสำหรับธุรกิจที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภายใต้การสนับสนุนของบีโอไอ ตลอดจนมีเครื่องมือทางการเงินสำหรับสนับสนุนธุรกิจโซลาร์รูฟภายใต้การจัดตั้งบริษัท เอสพีซีจี ลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการด้านสินเชื่อแก่ลูกค้าที่มีความสนใจในการติดตั้ง SPR Solar Roof
สำหรับแผนการร่วมทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ ฟาร์ม) บริษัทได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Tottori Yanago ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ประมาณ 750 ไร่ กำลังผลิตรวม 30 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในระยะยาวเป็นเวลา 20 ปีกับผู้รับซื้อไฟฟ้ารายใหญ่ของภูมิภาค พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in tariff (FIT) โดยตั้งเป้าหมายสำหรับโครงการแรกที่จะสามารถจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2560
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสนใจลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ เมียนมาร์ สปป.ลาว กัมพูชาอีกด้วย







