
แตกยอดข้ามสายพันธุ์
ผมมีความเห็นว่า ธุรกิจไทยมีโอกาสสูงที่จะได้ประโยชน์จากการต่อยอดจากทักษะด้านหัตถกรรม หรืองานฝีมือ เนื่องจากแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปโดยมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ในสินค้าที่มีความละเอียดและความประณีตในการผลิต โดยจะต้องตีความใหม่ของสินค้าที่จะใช้ทักษะนั้นๆ ทำการผลิตให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์และรสนิยม ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น
ผมมีความเห็นว่า ธุรกิจไทยมีโอกาสสูงที่จะได้ประโยชน์จากการต่อยอดจากทักษะด้านหัตถกรรม หรืองานฝีมือ เนื่องจากแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปโดยมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ในสินค้าที่มีความละเอียดและความประณีตในการผลิต โดยจะต้องตีความใหม่ของสินค้าที่จะใช้ทักษะนั้นๆ ทำการผลิตให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์และรสนิยม ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น
ในอดีตที่ผ่านมา สินค้าหัตถกรรมของไทยจะมีแต่เฉพาะดีไซน์ที่เป็นไทยๆ เท่านั้น ภายหลังที่สินค้าประเภทนี้ได้รับการเผยแพร่มากขึ้น มีนักท่องเที่ยวได้มาเห็นและได้ซื้อหาไปแล้วมากขึ้น ยอดขายของสินค้าประเภทนี้ก็ไม่ได้เติบโตมากมายเท่าไร การต่อยอดประเภทสินค้าเพื่อให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้น โดยใช้ Core Competency ด้านความประณีตของงานฝีมือ แต่เน้นดีไซน์ร่วมสมัย น่าจะเป็นทางออกที่จะเพิ่มมูลค่าในระยะยาวได้
การเคลื่อนไหวในทำนองนี้มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศทางฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้อ่านกรณีศึกษาของกลุ่มงานฝีมือของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องการจะอนุรักษ์งานฝีมือหลักๆ ที่เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองเกียวโตไว้ให้สืบทอดต่อไป ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็อย่างที่เราทราบ เขาจริงจังมากกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ แต่การอนุรักษ์งานฝีมือของเมืองเกียวโตมีความแตกต่างกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เราเห็นทั่วๆ ไป
สิ่งที่แตกต่างคือ เขาทำการวิจัยว่าจะนำทักษะงานฝีมือที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้กับสินค้าอื่นๆ ได้อย่างไรบ้าง รวมถึงการทำการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ เป็นความร่วมมือกันของภาคเอกชนและภาครัฐของเมืองเกียวโต
ตัวอย่างสินค้าที่ผมเห็นว่าน่าประทับใจ มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนทักษะการสานไม้ไผ่ ที่ในอดีตใช้ในการทำภาชนะเก็บสิ่งของ และพืชผลทางการเกษตร (ซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากภาชนะสานของไทยเรา) นำไปทำเป็นที่ครอบโคมไฟ ซึ่งดูโมเดิร์นมาก ไม่มีกลิ่นอายของท้องถิ่นเลย หรืออีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ นำทักษะในการถักทอโลหะ มาเป็นลวดลายประดับด้ามจับของวัสดุเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ด้ามจับมีด ด้ามจับทัพพี
ข้อสังเกตก็คือว่า สินค้าต่างๆ นั้นมีดีไซน์เป็นสากล ลวดลายการใช้ฝีมือก็เป็นสากล ไม่สามารถมองออกว่าเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่สิ่งที่บอกตัวตนคงต้องไปดูที่วิธีการทำและผลผลิตจากงานฝีมือที่คนที่มีความรู้เรื่องนี้ถึงจะบอกได้ว่า งานชิ้นไหนมีความแตกต่างกันอย่างไร และงานแบบไหนมาจากที่ใด มีคุณค่า และคุณภาพสูงกว่าและแตกต่างกันอย่างไร
แต่ในสายตาผู้บริโภคแล้วคงดูเพียงว่าสินค้านั้นๆ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของเขาแค่ไหน มีความร่วมสมัยแค่ไหนมากกว่า
ผู้ประกอบการไทยคงต้องดูตัวอย่างของกลุ่มอนุรักษ์เมืองเกียวโต และเริ่มทำอะไรสักอย่างกับงานฝีมือของไทยเรากันอย่างจริงจัง เพราะการที่จะอนุรักษ์งานฝีมือได้นั้น ต้องมีคนซื้อนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน หากสินค้าที่ผลิตออกมาไม่มีคนซื้อเพราะไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค การจะอนุรักษ์ก็จะทำได้ไม่ยั่งยืน และอาจถึงขั้นสูญหายไปเลยก็ได้
ส่วนในเรื่องของดีไซน์ที่เป็นไทยมากๆ ก็ยังคงต้องรักษาไว้อยู่ เพราะยังคงมีผู้บริโภคบางกลุ่มที่ยังชอบอยู่ แต่จะได้ตลาดที่กว้างมากกว่าถ้าขยายขอบเขต หรือ Scope ออกไป
การข้ามสายพันธุ์โดยต่อยอดจากความชำนาญหลักของธุรกิจ น่าจะเป็นหมากต่อไปที่ผู้ประกอบการควรนำมาใช้
ข้ามสายพันธุ์เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ครับ







