
ยักษ์ญี่ปุ่นปักธงผลิตอะลูมิเนียม
ยักษ์อะลูมิเนียมญี่ปุ่นใช้ไทยฐานผลิต-ส่งออก เพิ่มกำลังผลิตสู่ 3 แสนตัน ปี 2563
ยักษ์อะลูมิเนียมญี่ปุ่นใช้ไทยฐานผลิต-ส่งออก เพิ่มกำลังผลิตสู่ 3 แสนตัน ปี 2563
นายอะคิโนริ ยามากุจิ ประธานบริษัท ยูเอซีเจ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และอันดับ 3 ของโลก ได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนก่อสร้างโรงงานในไทยที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง ตั้งแต่ปี 2555 ด้วยงบลงทุนกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตแผ่นรีดอะลูมิเนียมแห่งแรกของอาเซียน โดยเพิ่งเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับการผลิตในไทย แบ่งเป็นผลิตเพื่อป้อนตลาดกระป๋อง 80% ชิ้นส่วนเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับการผลิตยานยนต์ 15% ฝาจีบและอื่นๆ 5% มีบริษัทคู่ค้าในไทยเป็นกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ รวมถึงมีคู่ค้าระดับโลกเป็นกลุ่มผู้ผลิตน้ำอัดลมด้วย
ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตราว 2 แสนตัน/ปี แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศ 33% และผลิตเพื่อส่งออกอีก 66% ไปทั้งในอาเซียน อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยส่งออกไปเวียดนามมากที่สุดในอาเซียน เนื่องจากมีการเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม
“เราตั้งเป้าว่าภายในปี 2563-2564 จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนตัน/ปี โดยจะลงทุนนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มอย่างต่อเนื่อง และให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง
การผลิตสินค้าของเราในเอเชีย” นายยามากุจิ กล่าว
นายมิซึรุ โอคาดะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเอซีเจ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีจากนี้ บริษัทยังไม่มีแผนจะเข้าไปลงทุนประเทศอื่นในอาเซียนนอกเหนือจากไทย และจะใช้การขยายการลงทุนใน 3 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และไทย เป็นแกนหลักในการเติบโตของบริษัท
อย่างไรก็ตาม บริษัทตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย เนื่องจากไทยถือเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ รวมถึงมีห่วงโซ่อุปทานที่รองรับการผลิตและส่งออกอะลูมิเนียม
สำหรับในปี 2559 บริษัทกังวลว่าไทยอาจจะมีปริมาณการผลิตรถยนต์ลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าอะลูมิเนียมของบริษัท อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น บริษัทอาจรับมือด้วยการเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศที่การผลิตรถยนต์ยังเติบโตแทนขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าจะยังคงมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้นทั้งในตลาดเอเชียและตลาดโลก
ทั้งนี้ ข้อมูลของบริษัท ยูเอซีเจ ระบุว่า ในปี 2557 เอเชียมีความต้องการกระป๋องอะลูมิเนียมทั้งสิ้น 1.88 แสนล้านกระป๋อง ขณะที่ปี 2563 จะมีความต้องการกระป๋องอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้นเป็น 2.57 แสนล้านกระป๋อง หรือเพิ่มขึ้นราว40% ขณะเดียวกันทั่วโลกจะมีความต้องการชิ้นส่วนเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจาก 6.32 แสนตันในปี 2557 เป็น 8.09 แสนตันในปี 2563 หรือเพิ่มขึ้นราว 30%
ปัจจุบัน ยูเอซีเจ ประเทศไทย มีพนักงานประมาณ 700 คน แบ่งเป็นชาวไทย 600 คน และชาวญี่ปุ่น 100 คน ภายใน 5 ปีข้างหน้าน่าจะมีพนักงานเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 800-1,000 คน และจะค่อยๆ ลดสัดส่วนพนักงานชาวญี่ปุ่นเป็นลำดับ
ขณะที่ยูเอซีเจทั่วโลก มีกำลังการผลิตรวม 1 ล้านตัน และจะเพิ่มเป็น 1.3 ล้านตันในปี 2563







