
ว่าด้วยเรื่องทองคำ
ไม่บ่อยนักที่ผมจะเขียนเรื่องทองคำ เหตุผลที่สำคัญก็คือ โดยส่วนตัวผมเองเติบโตกับการทำงานมาในสายงานหุ้น และมีความเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความสามารถเฉพาะทาง มิเช่นนั้นจะเห็นคนที่เรียนจบปริญญาเอกทางการเงิน และมาเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการเลือกการลงทุนในประเทศไทย แม้ระยะหลังมีการเปิดกว้างมากขึ้น มีทั้งการลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ หรือตลาดทองคำ และยังมีอื่นๆ อีกมากมาย
ไม่บ่อยนักที่ผมจะเขียนเรื่องทองคำ เหตุผลที่สำคัญก็คือ โดยส่วนตัวผมเองเติบโตกับการทำงานมาในสายงานหุ้น และมีความเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความสามารถเฉพาะทาง มิเช่นนั้นจะเห็นคนที่เรียนจบปริญญาเอกทางการเงิน และมาเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการเลือกการลงทุนในประเทศไทย แม้ระยะหลังมีการเปิดกว้างมากขึ้น มีทั้งการลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ หรือตลาดทองคำ และยังมีอื่นๆ อีกมากมาย
ผมไม่เชื่อว่า ทุกคนสามารถรู้จริงได้ทุกอย่าง ความถนัดในการลงทุนแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน ผลตอบแทนและความเสี่ยงก็แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น หุ้นส่วนใหญ่จะดูปัจจัยจากกำไร หรือเรื่องอนาคตของบริษัท แต่ทองคำอาศัยเรื่องของปัจจัย ส่วนอนุพันธ์เป็นลักษณะการเก็งกำไรมากจนบางครั้งเป็นลักษณะของการพนัน เพราะฉะนั้นจะนำเอาให้การลงทุนแต่ละแบบให้วิเคราะห์เหมือนกันจะเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงเน้นในเรื่องของการวิเคราะห์หุ้นเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีประสบการณ์ตรงมาตลอดชีวิตการทำงาน
ล่าสุดราคาทองคำเกิดการปรับตัวลดลงมาแรง จนทำให้หลายครั้งรายการทีวีที่ผมมีการจัดซึ่งส่วนใหญ่เน้นเกี่ยวกับการลงทุนตลาดหุ้น หันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการลงทุนทองคำ ตัวเลขล่าสุด ณ ขณะเขียนบทความ อยู่ที่ตัวเลขประมาณ 1,080 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ คำถามว่า ราคาทองคำ ณ ขณะนี้เป็นอย่างไร ผมพยายามสอบถามและหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญถึงราคาหน้าเหมือง ขยายความง่ายๆ ก็คือ ต้นทุนที่แท้จริงในการทำเหมืองทองคำ ปรากฏว่า ได้คำตอบที่แตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 750-1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ความแตกต่างที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับอายุของเหมือง ต้นทุนแปรผัน และต้นทุนอื่นๆ
กล่าวคือ เหมืองที่เปิดมานานการถึงจุดคุ้มทุนไปก่อนหน้านี้ ก็จะทำให้ต้นทุนราคาทองคำถูกกว่า เพราะฉะนั้นจากเหตุผลดังกล่าวไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่า ต้นทุนที่แท้จริงของเหมืองจะอยู่เท่าไร แต่จากเหตุการณ์การปรับตัวลดลงของทองคำมีเหมืองทองคำที่ทำแล้วไม่คุ้มทุน ก็ได้มีการปิดจึงได้มีการเข้ากลไกอุปสงค์อุปทานเบื้องต้น เพราะฉะนั้นจากเหตุผลดังกล่าว จึงมีการอนุมานว่า ราคาหน้าเหมืองจะอยู่ที่ประมาณ 900-1,100 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และถ้านำเอามาเป็นค่าเฉลี่ยตัวเลขกลมๆ ก็จะได้ราคาหน้าเหมืองที่ประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่ตรงทีเดียว แต่ก็นำมากำหนดในเชิงกลยุทธ์ได้
นอกจากราคาหน้าเหมืองแล้วอีกปัจจัยหนึ่งที่คิดว่ามีผลต่อการลงทุนไม่แพ้กันก็คือ การขึ้นดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งประเมินว่า น่าจะมีการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในเดือน ธ.ค. และอาจจะมีการขึ้นอีก 1-2 ครั้งในช่วงปีกว่าๆ ต่อจากนี้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะมากหรือน้อยตามตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเบสิกก็คือ กรณีดอกเบี้ยขึ้นค่าเงินเหรียญสหรัฐจะมีการแข็งค่าขึ้น ทองคำมักจะตก แปลง่ายๆ ก็คือ กรณีเราคาดว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะขึ้นต้องสันนิฐานว่า ทองคำจะตกลง
นอกเหนือปัจจัยหลักดังกล่าว ปัจจัยอื่นๆ คาดว่าจะเป็นปัจจัยรองไปหมด ไม่ว่าเรื่องของความต้องการในการใช้หรือเรื่องอื่นๆ ส่วนตัวผมให้ความสำคัญมากขึ้นในเรื่องของการวิเคราะห์ทางเทคนิคของราคาทองคำ เหตุผลก็เนื่องจากทองคำในยุคปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าสำหรับการซื้อขายเก็งกำไรกันอย่างแพร่หลาย และเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความนิยมกัน เนื่องจากคาดกันว่าการสร้างราคาค่อนข้างยาก และมีสภาพคล่องมหาศาล ปัจจัยที่เกิดขึ้นมีการรับรู้พร้อมๆ กัน การใช้กราฟ
การวิเคราะห์เทคนิคจึงเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ให้ความสำคัญมากๆ ซึ่งเมื่อมาพิจารณาแนวโน้มราคาทองคำ ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค จะพบว่า ภาพระยะกลาง 3-6 เดือน จุดต่ำที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ไปมีโอกาสจะเกิดต่ำสุดที่ 930-1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยคาดว่าช่วงเวลาปัจจุบันเป็นช่วงเวลาท้ายๆ ในการปรับตัวลดลง แปลว่า นักลงทุนระยะกลางควรอาศัยช่วงเวลาจากนี้ไป และไม่เกินไตรมาส 2 ปีหน้าเป็นช่วงเวลาในการซื้อทองคำเก็บเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลขใกล้ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ยกเว้นระยะสั้นการกำลังมายืน 1,080-1,100 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จะแสดงให้เห็นว่า การดีดกลับจะเกิดขึ้น
บทสรุป จากปัจจัยที่กล่าวข้างต้น คาดว่าราคาทองคำในระยะกลาง-ยาว ได้เดินทางมาถึงจุดต่ำที่น่าลงทุน และอาศัยตัวเลข 1000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เป็นหลัก อาจจะบวกลบจากตัวเลขดังกล่าวได้เล็กน้อย และคาดว่าระยะเวลาช่วงเวลาปัจจุบันจนถึงไตรมาส 2 ปีหน้า น่าจะเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน และสำหรับท่านที่สนใจจะลงทุนทองคำแท่ง ไม่ว่ารูปแบบ 96.5 หรือ 99.99 เป็นการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนท่าน ก็ใกล้ถึงเวลาในการเข้าซื้อเช่นกัน โดยคาดว่าราคาทองคำในไทยน่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าบาทละ 18,000 แต่ไม่ต่ำกว่า 16,500
หมายเหตุ เสาร์ที่ 28 พ.ย.นี้ เวลา 09.00-12.00 น. ที่สมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ มีงานสัมมนาประจำเดือนของ บลป. เอกการลงทุน ซึ่งจะจัดเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ ท่านใดที่สนใจเรียนเชิญ จองได้ที่เบอร์ 08-1783-8888 หรือที่ http://www.aekinvestment.com/







