
เกาะติด4เมกะเทรนด์
โดย...ปากกาด้ามเดียว
โดย...ปากกาด้ามเดียว
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถือเป็นเมกะเทรนด์ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกในช่วงตั้งแต่ปี 2557-2563 ได้แก่ โมบิลิตี้โซเชียล คลาวด์ และบิ๊กเดต้า นับเป็นโจทย์และความท้าทายใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจและต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ การเกิดของ 4 เมกะเทรนด์ดังกล่าว ผลักดันให้อุตสาหกรรมไอทีสามารถให้บริการต่อผู้ใช้งานจากจำนวนหลักล้านคน เป็นพันล้านคน และมีจำนวนแอพพลิเคชั่นให้ผู้ใช้งานจากหลักหมื่นแอพเป็นล้านแอพในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมทั้งพบว่า ภาครวมของการใช้จ่ายด้านไอทีและไอซีทีที่เกิดขึ้นจาก 4 เทคโนโลยีดังกล่าวจะกระตุ้นให้มูลค่าในอุตสาหกรรมจากปี 2558-2563 เพิ่มขึ้นปีละ 10.6% หรือคิดเป็น 40% ของการใช้จ่ายด้านไอทีทั้งหมด อีกทั้งยังก่อให้เกิดการลงทุนอีกมากในภาคธุรกิจ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงได้จัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านอี-คอมเมิร์ซในหัวข้อ “Digital Commerce กุญแจสำคัญสู่ผู้นำทางธุรกิจอาเซียน” และ “Tools for Digital Commerce and Social Media Marketing” ขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ปี 2559
ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทู ทรี เปอร์สเปกทีฟ กล่าวใน 4 เมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและบิซิเนสโมเดลใหม่ๆ ด้วยแนวคิด “Unified Cloud” เกิดช่องทางการสื่อสารและการซื้อขายใหม่ๆ จากแพลตฟอร์ม อีโคซิสเต็มส์ รูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ ไอโอเอส กูเกิล อเมซอน เฟซบุ๊ก ไลน์ อาลีบาบา
นอกจากนี้ยังเกิดการนำเสนอข้อมูลเฉพาะบุคคล ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจและเกิดยอดขายมากขึ้น ตลอดจนการบริหารจัดการบิ๊กดาต้าที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และโซเชียลได้อย่างมีประสิทธิผลและทันท่วงที จะช่วยธุรกิจให้เข้าถึงและปฏิสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ได้เรียลไทม์และรอบด้าน
ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย หัวหน้าฝ่ายการตลาดภาคธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า โลกออนไลน์ได้ก้าวกระโดดเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟน โดยระบุว่าค่าเฉลี่ยคนที่อยู่ออนไลน์ 7 ชั่วโมง/วัน และต่อคนคิดเป็น 150 ครั้ง/วัน ทำให้การทำโมบายแอพพลิเคชั่นเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต ซึ่งกูเกิลได้ตอบรับความต้องการด้วยการพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ เช่น กูเกิล เทรนด์ กูเกิล โกลบอล มาร์เก็ตติ้ง ฟายเดอร์ และกูเกิล ดิสเพลย์ เน็ตเวิร์ก เป็นต้น
ด้าน รฐิยา อิสระชัยกุล ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเอสเอ็มบี จากเฟซบุ๊ก ประเทศไทย กล่าวว่า สังคมปัจจุบันเข้าสู่ยุคโมบายล์เฟิสต์ ที่ทุกคนต่างใช้มือถือสมาร์ทโฟนติดต่อสื่อสารกัน เห็นได้จากการใช้งานเฟซบุ๊กบนสมาร์ทโฟน คิดเป็น 2.6 ชั่วโมง/วัน ซึ่งมากกว่าเวลาที่ใช้ดูทีวีในปัจจุบันไปแล้ว มีการใช้งานผ่านเฟซบุ๊กที่หลากหลาย อาทิ การชมวิดีโอบนเฟซบุ๊ก การเลือกโพสต์วิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก การหาข้อมูลของนักช็อปออนไลน์บน
เฟซบุ๊ก รวมถึงการบอกต่อผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวตามเช่นกัน
ขณะที่ นิพนธ์ แสงธีระพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิตอลกรูฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตของโซเชียลมีเดียในประเทศไทยและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวที่จะใช้หลายๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย แอพพลิเคชั่นโดยโจทย์สำคัญคือต้องเลือกและทำให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ







