
ไอซีทีเตรียมถก2ฝ่ายสรุปผลสอบไทยคม
ไอซีทีเล็งถกร่วม 2 ฝ่ายหาข้อสรุปผลสอบไทยคม โวยคณะกรรมการมาตรา 22 ไม่ยอมฟันธง
ไอซีทีเล็งถกร่วม 2 ฝ่ายหาข้อสรุปผลสอบไทยคม โวยคณะกรรมการมาตรา 22 ไม่ยอมฟันธง
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไอซีทีไม่สามารถส่งผลสอบดาวเทียมไทยคมเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น เนื่องจากคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) ส่งผลสรุปที่ไม่ชัดเจนเพียงพอและไม่ได้เสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือถึงนายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรา 22 เมื่อวันที่ 19 ให้เข้ามาหารือร่วมกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ถึงผลสรุปความเสียหายและความผิดที่มีในสัญญาของบริษัท ไทยคม โดยจะเป็นการหารือร่วมกันกับคณะกรรมการคู่ขนานที่กระทรวงไอซีทีแต่งตั้งขึ้นเนื่องจาก ผลสรุปของคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายนั้นมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน
“คณะกรรมการมาตร 22 ส่งผลสอบที่ไม่ยอมฟันธงไปเลยว่า เรื่องนี้ผิดหรือไม่ตามสัญญาสัมปทาน ทั้งๆที่การหาข้อสรุปนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ดังนั้น ไอซีทีจะเรียกประธานคณะกรรมการมาคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร ก่อนที่จะเรียกให้คณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันอีกที”
นายจุติ กล่าวว่า ไอซีทีจะไม่กำหนดกรอบเวลาการทำงานแล้วว่าจะให้เสร็จในวันไหน เพราะเป็นการตั้งธงการทำงาน ซึ่งส่งผลให้คณะกรรมการและทีมกฎหมายโดนกดดัน และทำให้ไอซีทีไม่สามารถแถลงผลสรุปได้ จากที่เคยระบุว่าในวันที่ 7 ก.ค.จะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับผลสอบทั้งหมด แต่ก็ต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ 14 ก.ค.จากนั้นก็เลื่อนออกมาอีก
ขณะที่ผลสอบสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ที่ผู้ประกอบการทั้ง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ เปลี่ยนแปลงอัตราการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ในระบบพรีเพด (เติมเงิน) จาก 30% ให้เหลือ 25% นั้น ยอมรับว่าการตรวจสอบค่อนข้างยากเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสัญญามากถึง 17 ครั้ง
สำหรับผลสรุปจากคณะกรรมการมาตร 22 ระบุให้ไทยคมแก้ไขสัญญาใน 3 ข้อ คือ ให้ไทยคมคืนเงินประกันค่าสินไหมจำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ได้จากกรณีไทยคม 3 ปลดระวางก่อนกำหนดมายังไอซีที ไทยคมจะต้องมีการยิงดาวเทียมสำรองไทยคม 3 ขึ้นสู่วงโคจร เนื่องจากไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ไม่ใช่ดาวเทียมสำรองไทยคม 3 แต่เป็นดาวเทียมดวงใหม่นอกสัญญาสัมปทาน
ส่วนประเด็นสุดท้าย กรณีไทยคมลดสัดส่วนถือหุ้นจาก 51% เหลือ 40% โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. นั้น คณะกรรมการมาตร 22 ได้สรุปว่า ไทยคมจะต้องกลับไปถือครองหุ้นในสัดส่วนเท่าเดิมคือ 51% โดยประเด็นการแก้ไขดังกล่าวนี้ หากผ่านความเห็นชอบจากรมว.ไอซีที จะต้องนำเสนอครม.เพื่อตัดสินใจ







