
'เหยื่อ' อุบัติเหตุ รถโดยสารสาธารณะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับเครือข่ายผู้เสียหายจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เครือข่ายผู้บริโภคและอีกหลายหน่วยงานจัดเวที “สภาผู้บริโภควันเหยื่อโลก กับโอกาสยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ” เพื่อนำเสนอถึงความทุกข์และผลกระทบของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แต่กลับไม่ได้รับการคุ้มครองดูแลและชดเชยตามสิทธิที่ควรจะได้รับ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับเครือข่ายผู้เสียหายจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เครือข่ายผู้บริโภคและอีกหลายหน่วยงานจัดเวที “สภาผู้บริโภควันเหยื่อโลก กับโอกาสยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ” เพื่อนำเสนอถึงความทุกข์และผลกระทบของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แต่กลับไม่ได้รับการคุ้มครองดูแลและชดเชยตามสิทธิที่ควรจะได้รับ
ในเวทีมีตัวอย่างของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถโดยสารหลายกรณีมาบอกเล่าถึงปัญหาที่ได้รับ ทั้งความสูญเสียต่อร่างกายและจิตใจ แล้วยังต้องเจอกับอุปสรรคและความไม่เป็นธรรมในการขอรับสิทธิชดเชยเยียวยาทั้งๆ ที่กฎหมายมีกำหนดไว้แล้ว แต่กลับถูกละเลย มีขั้นตอนยุ่งยาก หลายครั้งต้องนำเรื่องเข้าสู่ศาลซึ่งใช้เวลานาน โดยผู้เสียหายแทบต้องรับภาระเองทั้งหมด
สุเมธ องกิตติกุล นักวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวถึงการเยียวยาผู้ประสบเหตุว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ประกันภัยภาคบังคับ) ค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 5 หมื่นบาท และกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิตไม่เกิน 2 แสนบาท ไม่เหมาะสม พร้อมเสนอให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลตามจริงเป็นไม่เกิน 1.5 แสนบาท กรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิตเป็นเงิน 1 ล้านบาท โดยต้องแยกเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพ ออกจากค่ารักษาพยาบาล รวมถึงปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันภัยภาคสมัครใจสำหรับอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะจาก 10 ล้านบาท/ครั้ง เป็น 30 ล้านบาท/ครั้ง
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องพิจารณาในการกำหนดข้อบังคับที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากรถโดยสารให้ดีขึ้น พร้อมเข้มงวดกวดขันดูแลรถโดยสารและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้น







