posttoday
ภัยก่อการร้าย... ความเสี่ยงเศรษฐกิจ

ภัยก่อการร้าย... ความเสี่ยงเศรษฐกิจ

17 พฤศจิกายน 2558

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

เช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย กลุ่มก่อการร้ายไอเอส ซึ่งเป็นอิสลามหัวรุนแรงก่อเหตุระเบิดพลีชีพและกราดยิงประชาชนไม่เลือกหน้าในหลายพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของนครปารีส ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 คน และบาดเจ็บอีกเป็นร้อย เป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายรุนแรงเขย่าขวัญคนทั้งโลกมากสุดในรอบ 14 ปี นับแต่เหตุการณ์เครื่องบินก่อการร้ายชนตึกแฝดเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผลกระทบทางเศรษฐกิจคาดว่าจะกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก และต่อการฟื้นตัวของสหภาพยุโรป ซึ่งเศรษฐกิจยังอยู่ในสภาพเปราะบาง เพราะฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในสองแกนหลักด้านเศรษฐกิจของอียู ซึ่งภาคการท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญของประเทศ ดังนั้นการก่อการร้ายในนครปารีสอาจส่งผลทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกต้องใช้เวลานานมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และจะกระทบต่อการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าไทยไปอียู

ประเทศไทยในมุมมองของต่างชาติเป็นประเทศที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงจากกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ เพราะเป็นทางผ่านทั้งคนดีและคนร้ายระดับประเทศ

ขณะเดียวกัน ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละไม่น้อยกว่า 30 ล้านคน  อีกทั้งพื้นที่ในสามจังหวัดภาคใต้เป็นพื้นที่ขัดแย้ง มีเหตุก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่อง และในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมามีเหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก นัยว่าเกิดจาก “กลุ่มอุยกูร์” ซึ่งเป็นอิสลามเชื้อสายตุรกี ซึ่งขัดแย้งด้านดินแดนกับประเทศจีน

ในความเห็นของผม การก่อการร้ายข้ามชาติจากนี้ไปจะเพิ่มความรุนแรงจากการเอาคืนของประเทศฝรั่งเศสและพันธมิตร ซึ่งปัจจัยการก่อการร้ายทั้งภายในประเทศและจากภายนอกจะเป็นส่วนหนึ่ง
ของความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งภัยจากการก่อการร้ายจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะไทยพึ่งพาเงินลงทุนต่างชาติและรายได้จากนักท่องเที่ยวรวมกันปีละกว่า 4 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 30% ของจีดีพี 

ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยในชีวิตทั้งของคนไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีมาตรการในการรับมืออย่างเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองไปจนถึงการตรวจตราพื้นที่สุ่มเสี่ยงตั้งแต่สนามบิน รถไฟฟ้า ศูนย์การค้า โรงแรม ซึ่งที่ผ่านมาอุปกรณ์และบุคลากร ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ รปภ. ขาดทักษะและไม่พอเพียงกับจำนวนคนที่เข้า-ออก ทำกันแบบผักชีโรยหน้าเกรงใจลูกค้า

สถานที่ราชการซึ่งเป็นเชิงสัญลักษณ์ของประเทศต้องเข้มงวดกันพิเศษ ไม่ใช่นั่งรถหรู ใส่สูทโก้ บางครั้งไม่ต้องผ่านการตรวจตราหรือแค่แลกบัตรผ่านแบบไม่ดูหน้าหรือไม่ตรวจกระเป๋า จะต้องมีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวด จริงจัง ต่อเนื่อง คนไทยนั้นขี้เบ่ง ต้องไม่เกรงใจ ไม่เลือกปฏิบัติ

กรณีระเบิดราชประสงค์เพิ่งเงียบๆ ไป หากมีอะไรตูมตามขึ้นมา เศรษฐกิจซึ่งอ่อนเปลี้ยอยู่แล้วคงรับไม่ไหว...อย่าให้เป็นแบบ “วัวหายค่อยมาล้อมคอก” นะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท