
10 ข้อคิด การให้สอนอะไรเรา
ยุคก่อน การสร้างตัวใช้หลักการ The Winner Take all มันฝังอยู่ในแก่นของระบบ Industrail Age Thinking ก็ที่เราเรียนๆ กันมานั่นแหละ การเน้นผลิตให้มาก ลดต้นทุน เพิ่มกำไร ให้คนบริโภคให้มากที่สุด ผ่านการโฆษณา และ Mass Media ที่พยายามขัดจังหวะ ดึงความสนใจของคน เพื่อให้มาซื้อสินค้า เป้าหมายก็คือ “เราจะได้รวยโคตรๆ ไง” แล้วก็กดแรงงานให้ต่ำ เพราะยิ่งต่ำ “เราจะยิ่งรวยไง” โอ้โห!! คิดแบบนี้ไม่ต้องบอกว่ามันนำพาโลกเราเข้าสู่อะไร
ยุคก่อน การสร้างตัวใช้หลักการ The Winner Take all มันฝังอยู่ในแก่นของระบบ Industrail Age Thinking ก็ที่เราเรียนๆ กันมานั่นแหละ การเน้นผลิตให้มาก ลดต้นทุน เพิ่มกำไร ให้คนบริโภคให้มากที่สุด ผ่านการโฆษณา และ Mass Media ที่พยายามขัดจังหวะ ดึงความสนใจของคน เพื่อให้มาซื้อสินค้า เป้าหมายก็คือ “เราจะได้รวยโคตรๆ ไง” แล้วก็กดแรงงานให้ต่ำ เพราะยิ่งต่ำ “เราจะยิ่งรวยไง” โอ้โห!! คิดแบบนี้ไม่ต้องบอกว่ามันนำพาโลกเราเข้าสู่อะไร
วันนี้มองรอบตัว Industrial Age หรือยุคอุตสาหกรรม สร้างโรงงานทั่วโลก ที่แข่งกันผลิตขยะและแข่งกันสร้างมลพิษ แข่งกันสร้างให้เจ้าของรวย ให้ลูกจ้างซวย ไม่แปลกที่ใครๆ ก็อยากวิ่งสู่ด้านบน
คุณว่ามันต่างจากยุคเกษตรกรรมอย่างไร ที่คนส่วนใหญ่ต่างทำงานที่ตัวเองชอบและถนัด ผลิตพอกินพอใช้ และผลิตของที่ Hand-Made มีคุณภาพ ใช้วัสดุที่ดี และไม่หลอกผู้บริโภค ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย
ไม่!! ผมไม่ได้ต่อต้านเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ผมเชื่อว่าเราคิดและทำให้ระบบธุรกิจเปลี่ยนเป็น “ยิ่งให้ ยิ่งได้” ได้ ขึ้นกับคุณและผม คนรุ่นใหม่ที่จะเดินเส้นทางนี้ไปด้วยกัน
1.การให้สอนให้เรารู้ว่าการให้ไม่ได้ทำให้เราจนลง หลายคนคิดว่าการให้จะทำให้เราจนลง แต่จริงๆ ตรงข้าม เพราะเวลาเราให้ คือเราตัดสิ่งที่เราไม่ใช้ มันทำให้เรารกน้อยลง ใจกว้างขึ้น บ้านสะอาดขึ้น ตัวสะอาดขึ้น สุขภาพดีขึ้น
2.การให้ความรู้ คนให้ยิ่งฉลาดขึ้น คนให้ความรู้ เขาเรียกว่าอาจารย์ อาจารย์ก็คือนักปราชญ์ ผู้ให้ความรู้คนอื่นเลยหมั่นหาความรู้ใส่ตัวเอง หมั่นพัฒนาความรู้และความคิด และได้รับผลสะท้อนจากสิ่งที่เราถ่ายทอด ยิ่งให้ความรู้คนอื่น เราจึงยิ่งฉลาดขึ้น
3.การให้โอกาสคนอื่น ทำให้เราไม่ปล่อยผ่านโอกาสบางอย่างที่เราไม่สามารถทำได้ โดยมอบโอกาสนั้นให้คนที่เหมาะสม เราจึงกลายเป็นจุดรวมของโอกาส จุดที่น้ำมารวมตัว ก็คือจุดไหล จุดให้โอกาส ยิ่งกระจายโอกาส จึงยิ่งได้รับโอกาส
4.การให้คือความว่าง และความว่างคือประโยชน์ ภาชนะที่มีประโยชน์คือภาชนะที่ว่าง จึงใส่ของได้ ห้องที่ว่างจึงใช้ประโยชน์จากห้องนั้นได้ คนที่ว่างจึงมีประโยชน์
5.การให้คือความเมตตา การฝึกให้คือฝึกเมตตาคนอื่น และความเมตตาคือแก่นของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งโลก คนที่เมตตาอยากแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้คนจำนวนมาก จึงเป็นนักธุรกิจและเศรษฐีใหญ่ในที่สุด
6.การให้คือบารมี ผู้นำต้องมีบารมี ดังนั้นจุดเริ่มของผู้นำจึงเริ่มจากการฝึกเรื่องการให้ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่คนที่ทำอะไรเพื่อตัวเอง แต่คือคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นตลอดเวลา นั่นคือผู้นำที่มีบารมี มีคนรัก
7.การให้คือความสงบ คนที่ทำงานหรือธุระไม่ราบรื่น มักมีอุปสรรค เพราะมีคนคอยขัดขวาง นั่นเพราะคนเหล่านี้สร้างปมความเกลียดชัง สร้างปมปัญหาในอดีต คนที่ให้จะคลายความเกลียดชัง ลดปมปัญหา นำมาซึ่งความสงบและราบรื่นในชีวิตและกิจการ
8.ผู้ให้ย่อมสร้างมิตร ภาษาธุรกิจเรียกการสร้างมิตรว่าการสร้าง Connection สิ่งนี้สร้างจากการให้แบบไม่เห็นแก่ตัว จึงมีมิตรสหายจำนวนมาก
9.การให้สอนความยั่งยืน คนที่มีครอบครัวอบอุ่นมักมีพื้นฐานจากการมุ่งมั่นสร้างฐานครอบครัวที่มั่นคง และสิ่งนี้เกิดจากผู้นำครอบครัวที่ทำทุกอย่างเพื่อคนรุ่นหลัง
10.การให้คือความสุข สุดยอดความปรารถนาของชีวิตมนุษย์คือความสุข แต่ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เดินสายตรงข้าม เพราะความสุขจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการได้มา แต่สุขจริงเกิดจากการให้ต่างหาก คนที่สำเร็จในชีวิตสุดยอด เช่น Bill Gates, Warren Buffet หรือผู้ยิ่งใหญ่ จึงใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อการให้ เพราะมันคือความสุข ความรวย ความสำเร็จที่สูงสุดนั่นเอง







