
หุ้นเหวี่ยงแรง20จุด
หุ้นไทยป่วนบึ้มปารีส เช้าดิ่งบ่ายเด้ง เกาะหุ้นยุโรปขึ้น AOT-THAI บวก เงินบาทอ่อน 36
หุ้นไทยป่วนบึ้มปารีส เช้าดิ่งบ่ายเด้ง เกาะหุ้นยุโรปขึ้น AOT-THAI บวก เงินบาทอ่อน 36
เปิดตลาดวันแรกภายหลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง เช่นญี่ปุ่น ลดลง 1.04% ฮ่องกง 1.72% เกาหลีใต้ลดลง 1.53% ส่วนดัชนีหุ้นไทยผันผวนระหว่างวันลงไปลึกสุด 13.67 จุด แม้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวดี 2.9% กลับไม่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นมากนัก แต่ในช่วงบ่าย มีแรงไล่ซื้อหุ้น ส่งผลให้ดัชนีเด้งขึ้นปิดที่ 1,388.62 จุด เพิ่มขึ้น 6.16 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 35,830.48 ล้านบาท รวมการปรับขึ้นและลง ร่วม 20 จุด โดยต่างชาติขาย 2,272 ล้านบาท
ด้านค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยปิดที่ระดับ 35.98-36 บาท/เหรียญสหรัฐ นักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ตลาดรับผลกระทบจากเหตุการณ์กลางกรุงปารีสเป็นสำคัญ ส่งผลให้เงินยูโรรวมถึงสกุลเงินในภูมิภาคและเงินบาท อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า ในช่วงบ่ายหุ้นยุโรปรวมถึงหุ้นฝรั่งเศสกลับมาอยู่ในแดนบวก จึงเป็นแรงส่งให้หุ้นไทยปิดบวกไปได้
นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร กล่าวว่า เหตุการณ์ก่อการร้ายในฝรั่งเศสไม่ค่อยกระทบเอเชียมากนัก เพราะเป้าหมายเป็นประเทศตะวันตกมากกว่า นอกจากนั้น บล.ภัทร ยังให้น้ำหนักหุ้นไทยน้อยกว่าตลาดมาก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าปีนี้ดัชนีคงจะอยู่ที่กว่า 1,300 จุด และแนะนำให้นักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศ โดยช่วงสิ้นปีคาดว่าดัชนีจะปรับขึ้นเพราะแรงหนุนจากการซื้อของกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แต่จะไม่ขึ้นไปเหนือ 1,400 จุด
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ มองว่า เหตุการณ์ก่อการร้ายในฝรั่งเศส โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือน ธ.ค.นี้ และแนวโน้มเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นยังจะกดดันดัชนีให้ปรับลงอยู่แต่ไม่น่ากลัว เป็นเพียงการพักตัวลงต่อในระยะสั้นเพื่อขยับขึ้นในระยะถัดไปของช่วงปลายปีนี้
“เราคาดหวัง 3 เหตุการณ์หลักที่น่าจะหนุนดัชนีขึ้นส่งท้ายปีนี้ปิดสูงกว่า 1,400 จุด คือ การจัดงาน SET in the City ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ย.นี้ จากสถิติในอดีตนับตั้งแต่ปี 2551เป็นต้นมา หุ้นมักปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.1-2% ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังจากเริ่มจัดงานวันแรก การจัดงาน Thailand Focus 2015 วันที่ 2-4 ธ.ค.นี้ น่าจะช่วยกระตุ้นดัชนีปรับ ด้วยเฉลี่ยสูงสุด 3.2% ในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มมีการจัดงานวันแรก ฤดูกาลเม็ดเงินจาก LTF และ RMF ไหลเข้าสูงสุดในช่วงเดือน พ.ย.–ธ.ค. จากข้อมูล 10 ปีที่ผ่านมา เดือน ธ.ค. มีโอกาสปรับตัวขึ้น 70% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.8%” บล.ทิสโก้ ระบุ
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ แนะนำหาจังหวะอ่อนตัวซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดีขนาดกลาง-ใหญ่ ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) AOT กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) บริษัท ช.การช่าง (CK) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ (MAJOR) บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) บริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP)
เหตุการณ์ก่อการร้ายกลางกรุงปารีส ซึ่งฝรั่งเศสเป็นประเทศหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ราคาหุ้นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกลับปรับตัวขึ้น เช่น บริษัท การบินไทย (THAI) บวก 0.20 บาท ปิดที่ 10 บาท และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) เพิ่มขึ้น 1 บาท ปิดที่ 312 บาท โดยนายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทไม่เห็นสัญญาณการเติมน้ำมันของลูกค้าสายการบินใดๆ และบริษัท การบินไทย ก็ออกมายืนยันแล้วว่า ยังคงบินตรงไปกรุงปารีสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็น่าจะช่วยสร้างจิตวิทยาต่อสายการบินอื่นได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 6-7% จากปริมาณการเติมน้ำมันที่น่าจะขยายตัวได้ราว 5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีปริมาณการเติมอยู่ที่ 5,300 ล้านลิตร จากสนามบินสุวรรณภูมิเติบโต 4-5% และสนามบินดอนเมืองเติบโต 10% เนื่องจากการท่องเที่ยวจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรของปีนี้มั่นใจ จะมากกว่าปีก่อนที่ระดับ 758 ล้านบาท และรายได้เติบโต 10-11%
นายประกอบเกียรติ กล่าวว่า บริษัทเพิ่มงบลงทุนโครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือ เป็น 7,500 ล้านบาท จากเดิม 6,800-7,000 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนทำให้ท่อส่งน้ำมันที่เป็นเหล็กต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น คาดว่าจะกู้เงินธนาคารพาณิชย์หรือออกหุ้นกู้ประมาณ 4,500 ล้านบาท และขายหุ้น บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ (FPT) ลดสัดส่วนถือหุ้นลงไม่ต่ำกว่า 75% จากปัจจุบัน 91.55% ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยคาดว่าไตรมาส 4 น่าจะได้ทราบผลการหาผู้ที่มาซื้อหุ้นต่อซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่ประมาณ 6-7 ราย
ด้านราคาทองคำในประเทศเปลี่ยนแปลง 4 ครั้ง รวมเพิ่มขึ้นบาทละ 100 บาท ราคาทองคำแท่งรับซื้อที่ 18,550 บาท ขายออก 18,650 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 18,282.96 บาท ขายออก 19,050 บาท อ้างอิงจากราคาทองในตลาดโลกที่ 1,093.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และค่าเงินบาทที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ







