
‘เพ็ท ครูซ’ เรือนำเที่ยวเพื่อนซี้4ขา
ธุรกิจเรือนำเที่ยวได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน อย่างธุรกิจเรือนำเที่ยวในอ่าวสิงคโปร์
โดย...ชวนัชย์ พจน์ประสาท
ธุรกิจเรือนำเที่ยวได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน อย่างธุรกิจเรือนำเที่ยวในอ่าวสิงคโปร์ ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดูเผินๆ แล้วอาจไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากผู้โดยสารบนเรือลำนั้นเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ใช่เจ้าตูบ 4 ขาที่ขึ้นนั่งชมวิวอย่างมีความสุข
โจโหว อดีตนายหน้าค้าหุ้นที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจเรือนำเที่ยวสุนัข “เพ็ท ครูซ” วัย 48 ปี เริ่มให้บริการเรือนำเที่ยวสำหรับสัตว์เลี้ยงเมื่อเดือน มิ.ย. 2014 โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบเรือนำเที่ยวทั่วไปที่ให้บริการคน มาให้บริการ “สุนัข” แทน
จากข้อมูลของรัฐบาลสิงคโปร์ พบว่า ปี 2012 มีสุนัขขึ้นทะเบียนจำนวนถึง 5.7 หมื่นตัว แม้สิงคโปร์จะเป็นเกาะเล็กๆ และมีประชากรหนาแน่นถึง 5.3 ล้านคน พลเมืองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในห้องชุดของคอนโด ซึ่งขนาดห้องเล็กเกินไปสำหรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้สุนัขในสิงคโปร์ต้องอยู่ในที่แคบ และส่งผลกระทบต่อสภาวะทางอารมณ์ของสุนัขด้วย
“ผมเป็นคนรักสุนัข ผมแค่คิดว่าจะทำยังไงให้สุนัขผ่อนคลายมากกว่านี้ และผมคิดว่าชาวสิงคโปร์จำนวนไม่น้อยก็คิดเหมือนผม” โจโหว กล่าว
นั่นคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจเรือนำเที่ยวของสัตว์เลี้ยง
ทั้งนี้ เรือให้บริการนำเที่ยวสำหรับสัตว์เลี้ยงมีขนาด 26 ฟุต (7.8 เมตร) และประกอบไปด้วยส่วนสำหรับการลงเล่นน้ำทะเล นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเสื้อชูชีพสำหรับเจ้าตูบ โดยการบริการเรือนำเที่ยวสุนัขของโจจะให้บริการเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ค่าบริการสำหรับการนำเที่ยวเป็นเวลา 2 ชั่วโมง อยู่ที่ 40 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 950 บาท) สำหรับสุนัข 1 ตัว หรือคน 1 คน แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถเหมาเรือได้ในราคา 400 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 9,500 บาท)
โจโหว กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการ มักเป็นคู่รักหนุ่มสาวหรือคู่แต่งงานใหม่ ซึ่งเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อนก่อนที่จะมีลูก โดยสัตว์เลี้ยงจะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวแทนลูกชายหรือลูกสาวของคนสองคน และนอกจากนั้นก็มีผู้สูงอายุที่รักสุนัข และเลี้ยงมันไว้เป็นเพื่อนยามเหงาด้วย
คนที่เลี้ยงสุนัขจะเข้าใจดีว่า หากต้องการให้สุนัขมีสุขภาพดี ไม่ใช่แค่การตัดขนทรงเก๋ หรือแค่อาหารดีๆ เพียงเท่านั้น เนื่องจากสุนัขเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง จึงต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่นเพื่อผ่อนคลาย และชอบไปในสถานที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ธุรกิจนำเที่ยวของโจโหวจึงตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
นอกจากบริการเรือนำเที่ยวสำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว โจโหวยังมีบริการอื่นๆ ที่ดึงดูดคนรักสุนัข เช่น อาบน้ำสุนัขด้วยโฟมผสมทรีตเมนต์อย่างดี ซึ่งมีค่าบริการอยู่ที่ 64-119 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 1,500-3,000 บาท) ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาดของสุนัข และยังมีบริการใหม่อย่างโยคะสุนัข หรือที่เรียกรวมว่า “โดคะ” ซึ่งเพิ่งเข้ามาในสิงคโปร์หลังจากแพร่หลาย และได้รับความนิยมในไต้หวันและฮ่องกง
ธุรกิจเรือนำเที่ยวสุนัขนั้น นอกจากจะทำให้สุนัขมีสุขภาพและอารมณ์ดีแล้ว ยังทำให้เจ้าของสุนัขได้พักผ่อนไปด้วยและได้นั่งเรือเที่ยวไปพร้อมๆ กับสุนัขคู่ใจอีกด้วย เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเองและสัตว์เลี้ยง
นอกจากนี้ ในสิงคโปร์ยังมีเพ็ทส์ ครีเมชั่น เซ็นเตอร์ ให้บริการเช่าช่องสำหรับเก็บอัฐิของสุนัข ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองสิงคโปร์ ซึ่งเจ้าของสุนัขบางรายรักสัตว์เลี้ยงราวกับเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ถือเป็นเรื่องสะเทือนใจมากเมื่อต้องจากกัน
อย่างไรก็ดี เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ในแง่หนึ่ง ธุรกิจดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากในสิงคโปร์ สะท้อนว่ามีคนรักสุนัขจำนวนมาก แต่ในอีกแง่หนึ่ง สัตว์เลี้ยง 4 ขาจำนวนไม่น้อยถูกทิ้งเพราะหมดความน่าตื่นเต้น ต่างจากตอนเลี้ยงใหม่ๆ
สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ (เอสพีซีเอ) ระบุว่า สุนัขและแมวที่ถูกทิ้งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน โดยในแต่ละเดือนมีสุนัขและแมวที่ถูกทิ้งราว 600 ตัว/เดือน
“คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการทุ่มเงินจำนวนมากให้สัตว์เลี้ยง หากไม่เป็นการรับประกันว่า สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นจะอยู่กับพวกเขาไปตลอดชีวิต” โคริน ฟง ประธานบริหารของเอสพีซีเอ
สัตว์เลี้ยงก็เปรียบเสมือนอีก 1 ชีวิตที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลและรับผิดชอบ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลี้ยงสัตว์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว นก หรือปลา ควรแน่ใจก่อนว่าต้องการเลี้ยงจริงๆ และสามารถรับผิดชอบได้จริงๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของสังคมในอนาคต







