posttoday
เมียนมากับไทย

เมียนมากับไทย

16 พฤศจิกายน 2558

การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมาเพิ่งผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของพรรคเอ็นแอลดีของ อองซานซูจี แสดงถึงคนเมียนมาต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งที่จริงแล้วเมียนมาเริ่มเปิดประเทศรับการพัฒนาจากโลกภายนอกมาหลายปีแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะช่วยเร่งการพัฒนาให้เร็วยิ่งขึ้นอีก ประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับเมียนมามากที่สุด จึงควรเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้

การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมาเพิ่งผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของพรรคเอ็นแอลดีของ อองซานซูจี แสดงถึงคนเมียนมาต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งที่จริงแล้วเมียนมาเริ่มเปิดประเทศรับการพัฒนาจากโลกภายนอกมาหลายปีแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะช่วยเร่งการพัฒนาให้เร็วยิ่งขึ้นอีก ประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับเมียนมามากที่สุด จึงควรเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้

คนไทยทุกคนที่เรียนประวัติศาสตร์จากหลักสูตรมัธยมของไทย ต้องรู้จักเมียนมาหรือพม่ามากกว่าชาติอื่นใด โดยเฉพาะเรื่องการศึกสงครามและการเสียกรุงแก่ประเทศนี้ถึง 2 ครั้ง เราจึงรู้สึกแบบคาใจกับประเทศนี้อยู่ เห็นจากกองเชียร์ฟุตบอลไทย ที่ทีมชาติไทยจะแพ้ใครก็ได้แต่ต้องไม่แพ้เมียนมา คนเมียนมาก็คงคิดไม่ต่างจากเรานัก เรากับเขาจึงไม่เคยได้กลมเกลียวแนบแน่นกัน

หากคิดแบบนี้คงไม่มีใครได้ประโยชน์อะไร ขณะที่ทั้งอเมริกา จีน และอังกฤษ มหาอำนาจของโลก ยังเอาใจและใส่ใจเมียนมา เมื่อเราอยู่ตรงนี้ ถึงเวลาที่ต้องสร้างมิตรภาพให้ได้

ที่จริงเมียนมากับไทยมีอะไรหลายอย่างคล้ายกันมาก คือ เป็นประเทศที่ยังอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่มีมายาวนาน ศรัทธาในพระพุทธศาสนามากเช่นกัน ใช้รถพวงมาลัยขวาเช่นกัน ถึงแม้เขาจะใช้ถนนชิดขวา เศรษฐกิจก็ต้องพึ่งพากันและกันมาก ไทยต้องการก๊าซธรรมชาติ แร่ ผลิตภัณฑ์จากไม้ และแรงงานจำนวนมากจากเมียนมา ขณะที่เมียนมาต้องนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย รวมทั้งต้องการการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และการเงินจากไทย หากต่างคนต่างช่วยกันเมื่อไร ความเจริญจะเกิดขึ้นกับทั้งสองประเทศแน่นอน

ไทยควรดูญี่ปุ่นเป็นแบบอย่างในเรื่องการผูกมิตรกับชาติอื่น ทั้งที่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้สร้างความโกรธแค้นแก่เกือบทุกประเทศในเอเชีย สิ่งที่ญี่ปุ่นลงทุนทำหลังสงครามโลกจนถึงปัจจุบันคือ การเข้าไปช่วยเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย ให้ทุนเด็กไทยไปศึกษาต่อ คนที่จบจากญี่ปุ่นจึงผูกพันกับญี่ปุ่น กลับมาทำงานราชการหรือเอกชนก็ใช้ระบบญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นยังใช้วิธีนึ้กับลาว กัมพูชา และเวียดนาม อย่างได้ผลเช่นกัน

ปัจจุบัน ไทยที่มีระบบอุดมศึกษาที่เข้มแข็งกว่า จึงควรดึงดูดให้นักศึกษาชั้นนำของเมียนมาได้มาเรียนที่นี่ เพราะเมื่อเศรษฐกิจเมียนมาดีขึ้น คนต้องสนใจลงทุนกับการศึกษาของลูกหลานมากขึ้นเป็นทวีคูณ ปัจจุบันเมียนมามีมหาวิทยาลัยอยู่เพียงร้อยกว่าแห่งเท่านั้น รัฐบาลลงทุนในการศึกษาน้อยมากเพียง 1.2% ของจีดีพีเท่านั้น

ไทยจึงต้องให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนเมียนมาให้มากที่สุด เมื่อเขาเรียนจบกลับไป ภาษาไทยก็พูดได้ ชอบคนไทย ติดใจสินค้าไทย อีกทั้งเมียนมายังไม่มีการทำวิจัยมากนัก ดังนั้นการทำวิจัยร่วมกัน ยิ่งทำให้สองประเทศได้ประโยชน์ตามมาอีกมาก

เศรษฐกิจของเมียนมาจะเติบโตถึงระดับ 8 ทุกปีจากนี้ไป เราจึงควรลงทุนในระยะยาวการช่วยเหลือทางการศึกษาจะเป็นการผูกมิตรที่ยอดเยี่ยมและยั่งยืนที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท