
คลองจั่นลุ้นแผนฟื้นฟู26ธ.ค.
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนัดประชุมเจ้าหนี้ 21 ธ.ค. พิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนัดประชุมเจ้าหนี้ 21 ธ.ค. พิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ
รายงานข่าวจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีการจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ที่ศูนย์ประชุมสหกรณ์ฯ คลองจั่น ถนนศรีนครินทร์ กทม. โดยได้ส่งจดหมายเชิญและส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้เจ้าหนี้รวมจำนวน 1.8 หมื่นราย ให้เข้าร่วมประชุมพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ
ทั้งนี้ มีผู้ขอรับชำระหนี้ 18,812 ราย เป็นจำนวนเงินยอดเงินกู้ฝาก/เงินกู้ 17,333 ล้านบาท ขณะที่ยอดทุนเรือนหุ้นมี 4,511 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้โต้แย้ง 195 ราย คิดเป็นยอดหนี้ 3,038 ล้านบาท
สำหรับสาระสำคัญในแผนฟื้นฟูกิจการ กำหนดว่าเจ้าหนี้เงินฝากทุกรายจะได้รับการชำระหนี้ 100 % ภายในเวลา 26 ปี โดยจะชำระทุก 6 เดือน เริ่มจ่ายในปี 2559
ส่วนทุนเรือนหุ้นนั้น แม้ว่าตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ระบุว่า หุ้นถือว่าเป็นส่วนของทุนจะไม่มีการชำระหนี้ แต่ในแผนฟื้นฟูกิจการได้กำหนดให้หุ้นอยู่ในการคุ้มครองสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลด้วย และสามารถถอนคืนได้เมื่อผลประกอบการมีกำไร แต่ต้องหักขาดทุนสะสมให้ครบก่อน โดยตามแผนจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอัตราไม่เกิน 2% สำหรับหุ้นเดิม และจ่ายปันผลไม่เกิน 3% สำหรับหุ้นใหม่ ที่คิดคำนวณการจัดแบ่งก่อนและหลังวันที่ 20 มี.ค. 2558 ตามวันที่ศาลมีคำสั่งให้จัดทำแผนฟื้นฟู
ด้านเงินทุนในการฟื้นฟูฯ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อการดำเนินธุรกิจและการชำระหนี้ที่จำเป็นต้องบริหารจัดการและได้รับการสนับสนุนตามแผนที่กำหนดไว้ คือ 1.เงินจากการดำเนินธุรกิจปกติ ทุนเริ่มต้น 2,097 ล้านบาท 2.เงินที่ได้จากการติดตามฟ้องคดีไม่น้อยกว่า 4,800 ล้านบาท และ 3.เงินสนับสนุนจากภาครัฐ 1 หมื่นล้านบาท
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า การประชุมเจ้าหนี้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีเจ้าหนี้มากกว่า 1.8 หมื่นราย โดยกรมบังคับคดีได้มีการซักซ้อมและเตรียมการประชุมอย่างรอบคอบ โดยกรมได้เพิ่มเจ้าหน้าที่นิติกรอีก 70 คน ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักฟื้นฟูกิจการที่มี 40 คน เพื่ออำนวยความสะดวกและเตรียมพร้อมการนับคะแนนลงมติแผนฟื้นฟูฯ ครั้งนี้ เพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม หากที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบเเผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำรายงานต่อศาล เเละศาลจะนัดพิจารณาเพื่อมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อไป แต่หากที่ประชุมเห็นชอบเเผน ศาลจะพิจารณาเพื่อมีคำสั่งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยเเผน กรณีมีคำสั่งไม่เห็นชอบ จะมีการนัดพิจารณาเพื่อมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เเละอาจจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อไปได้







