
อสังหาฯหวังรัฐดันต่อเนื่อง
พฤกษาฯ ลุ้นรัฐเร่งลงทุนเมกะโปรเจกต์ ช่วยดันอสังหาฯ ต่อจากมาตรการกระตุ้น
พฤกษาฯ ลุ้นรัฐเร่งลงทุนเมกะโปรเจกต์ ช่วยดันอสังหาฯ ต่อจากมาตรการกระตุ้น
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า หลังจากสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ที่ลดค่าธรรมเนียมการโอน และลดค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเร่งการซื้ออสังหาริมทรัพย์แล้ว มองว่านโยบายเร่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล จะเป็นนโยบายที่ช่วยให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้น
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายให้ลดขั้นตอนการดำเนินงานในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และลดขั้นตอนการอนุมัติ จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ซึ่งจะทำให้โครงการลงทุนดังกล่าวเดินได้เร็วขึ้น ส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเร็วขึ้น และส่งผลดีต่อการขยายตัวของจีดีพีและกำลังซื้อของผู้บริโภคในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวดีขึ้นตามไปด้วย
ด้านภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 9 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่า 255,466 ล้านบาท โตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่หลังจากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนออกมาปลายปี ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01% ผลักดันให้ภาพรวมอสังหา ริมทรัพย์ทั้งปีจะเติบโต 15% หรือ 337,487 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าตลาดทั้งปีเติบโต 13%
นายทองมา กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ทำให้ผลประกอบการของบริษัททั้งปีจะโตมากกว่า 10% หรือมีรายได้ทะลุ 4.7 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากไตรมาส 4 ยังเหลือรายได้ที่รอรับรู้ 16,543 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดพร้อมอยู่ 60% จาก 13 โครงการ ซึ่งมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ช่วยให้ลูกค้าเร่งโอนบ้าน ส่วน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาเปิดโครงการแล้ว 36 โครงการ มูลค่ารวม 35,641 ล้านบาท เป็นทาวน์เฮาส์ 28 โครงการ บ้านเดี่ยว 5 โครงการ คอนโด 3 โครงการ
ขณะที่มีโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขายสิ้นเดือน ก.ย.อีก 176 โครงการ มูลค่า 80,362 ล้านบาท บริษัทได้ทำแคมเปญพฤกษา เบส บาย โมเม้นท์ อาทิ มอบส่วนลดค่าสาธารณูปโภค แจกรถเบนซ์ เพื่อกระตุ้นการซื้อบ้าน สำหรับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ปีหน้ายังขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจโลก เช่น การขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ยุโรป การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากปกติภาพรวมอสังหาริมทรัพย์จะโตเฉลี่ยปีละราว 7%
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือน บริษัททำยอดขายได้ 34,455 ล้านบาท โต 10% มีรายได้ 33,211 ล้านบาท โต 9.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และกำไรสุทธิ 4,697 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนยอดขายและรายได้ดังกล่าวคิดเป็น 73.3% และ 70.7% ของเป้าหมายทั้งปีราว 4.7 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก
แนวราบ 70% และแนวดิ่ง 30%







