
เศรษฐกิจไม่ฟื้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นในทุกประเภท โดยหนี้เสียที่มีอัตราเร่งตัวมากที่สุด คือหนี้เสียของสินเชื่ออุปโภคและบริโภค ที่น่าแปลกใจก็คือกลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเดือนละ 5 หมื่นบาท เริ่มกลายเป็นหนี้เสียมากยิ่งขึ้น
อาการนี้สะท้อนว่าภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว เพราะจำนวนหนี้เสียที่เพิ่มไม่หยุดสะท้อนความฝืดเคืองทางด้านการเงินของครัวเรือน ที่จะเริ่มขาดสภาพคล่องไม่มีเงินพอที่จะไปชำระหนี้ได้
การชะลอตัวของเศรษฐกิจรอบนี้ ไม่เหมือนวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ที่เกิดปัญหาการล้มบนฟูกเกิดหนี้เสียของเศรษฐีและคนชั้นกลางที่มีหนี้ท่วมจากการลอยตัวค่าเงินบาท การปิดตัวของสถาบันการเงิน คนชั้นล่างไม่ได้รับผลกระทบมากนัก คนชั้นกลางที่ตกงานจึงเปลี่ยนอาชีพหันไปเข้าสู่ภาคการเกษตรมากขึ้น
แต่ในครั้งนี้เกิดปัญหาขึ้นกับเศรษฐกิจฐานราก ประชาชนผู้มีรายได้น้อยหากินฝืดเคืองจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง การมีหนี้ครัวเรือนมาก ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด
เมื่อคนกลุ่มที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่เกิดเงินฝืด ไม่มีเงินจะใช้จ่ายก็ทำให้เศรษฐกิจขาดเงินหมุนเวียน ซึ่งแน่นอนว่าการเชื่อมต่อของเศรษฐกิจเมื่อรายย่อยแย่ ในที่สุดแล้วความฝืดเคืองก็จะเริ่มหมุนตีกลับขึ้นไปสู่คนชั้นกลางและคนรวย การเพิ่มขึ้นของหนี้เสียคนชั้นกลางที่มีรายได้เดือนละ 5 หมื่นบาทขึ้นไป เป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแรง
แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังจะยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังฟื้นตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง หากตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจไม่ได้ดีตามไปด้วย
กระทรวงการคลังเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่ากำลังซื้อจะฟื้นตัว แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมา เพราะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตก็ยังหดตัว ไม่ได้ขยายตัวเพิ่มจนเห็นได้ชัดว่าการบริโภคของประชาชนเพิ่ม แม้ว่าหอการค้าไทยจะรายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของเอกชนที่มีต่อเศรษฐกิจจะดีขึ้น
ดังนั้น การวัดความรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาจากเงินในกระเป๋าของเราเป็นหลัก ทางผู้ที่ทำการค้าและธนาคารพาณิชย์ขณะนี้ก็เบนเข็มไปเจาะกลุ่มลูกค้ารายได้สูงทดแทนลูกค้ากลุ่มอื่นที่หายไป โดยมีการชักชวนให้ผ่อนสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งก็คือการชักชวนให้เป็นหนี้เพิ่ม
หากมีรายได้เข้ามาน้อยลง เศรษฐกิจของเราก็ไม่ดี การประหยัดและใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นในชีวิตจะช่วยให้เราผ่านช่วงเศรษฐกิจตกต่ำไปได้







