posttoday
ให้กู้50% ของรายได้

ให้กู้50% ของรายได้

13 พฤศจิกายน 2558

รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่านนโยบายที่สำคัญ ซึ่งตั้งเป้าจะ “กระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ” ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ แต่ออกมาจริงๆ กลายเป็นนโยบาย “ล้าง Stock ค้างตลาด” แทน เพราะหลายค่ายวิจารณ์ว่า ลดภาษีการโอน และค่าจำนอง จะไม่ทำให้ตลาดเปลี่ยนแปลงมากนัก

รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่านนโยบายที่สำคัญ ซึ่งตั้งเป้าจะ “กระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ” ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ แต่ออกมาจริงๆ กลายเป็นนโยบาย “ล้าง Stock ค้างตลาด” แทน เพราะหลายค่ายวิจารณ์ว่า ลดภาษีการโอน และค่าจำนอง จะไม่ทำให้ตลาดเปลี่ยนแปลงมากนัก

แต่นโยบายที่น่าเป็นห่วง คือ “ให้ธนาคารรัฐปล่อยกู้ได้สูงถึง 40-50% ของรายได้” คนรวยไม่ต้องเป็นห่วง ที่น่าเป็นห่วงคือคนชั้นกลางและคนชั้นล่างที่ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่แพง ส่วนใหญ่จะต่ำกว่า 3 ล้านบาท พวกนี้มีหนี้ต่างๆ อยู่แล้ว “รายได้รายจ่ายแทบจะติดลบ” กู้ซื้อรถ กู้ให้ลูกเรียน กู้มารักษาโรค กู้ซื้อไอที และกู้นอกระบบ

หนี้ของคนชั้นกลาง ชั้นล่างจะสูงมาก หลายค่ายรายงานว่า “หนี้ครัวเรือน” สูงถึง 80-85% และกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ คือ กู้มาใช้จ่าย มิใช่ออมมาใช้จ่ายเหมือนในอดีต เป็นพฤติกรรมที่ต้องระวังเหมือนอเมริกาที่เกิดมาก็กู้แล้ว และทำงานนำรายได้ในอนาคตมาผ่อนส่งทั้งชีวิต ซึ่งไม่แปลกถ้าทำงานมีรายได้สูงขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในชีวิตจริง “มนุษย์เงินเดือน” มักถูกผลกระทบจากเศรษฐกิจและสังคมแปรปรวนอยู่เสมอ เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ ระบบเงินล่ม หรือเงินเฟ้อมาก รายได้จะน้อยลง ออกจากงาน ถ้าเรากู้หนี้ยืมสินโดยเอาสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน เป็นต้น มาค้ำ ราคาทรัพย์สินที่ต่ำจะถูกประเมินลดลง ธนาคารก็จะให้เพิ่มทรัพย์สิน หรือบังคับให้จ่ายค่าผ่อนมากขึ้น ถ้าไม่มีก็จะถูกริบ

เหตุการณ์ให้กู้เกินตัวนี้ ก่อให้เกิดวิกฤตในอเมริกา ปี 2551 ที่เรียกว่า Hamburger มาแล้ว นักการเงินเรียกว่า “Sup-Prime” คือให้คนมีเครดิตน้อยกู้เกินเหตุ เกิด NPL ทั้งประเทศ ถึงระบบเงินล้ม ธนาคารใหญ่ๆ ล่มสลาย การเกิด NPL นี้น่ากลัวมาก ของไทยจะเกิดจาก “ผู้กู้จะเป็น NPL ไม่มีเงินมากพอจะจ่ายหนี้” ในขณะที่นโยบายการเงินทั่วโลกจะสร้างความแข็งแกร่งของประชาชนด้วย “พลังการออม” หรือ Saving for Life แต่ถ้าเราจะทำให้กู้มากเกินตัว 50% ของรายได้ คือ สร้างหนี้เกินตัว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตัดสินใจไปแล้ว และ 1 หมื่นล้านบาท ของ ธอส.-ออมสินหมดเร็วมากจนน่ากลัว อย่าลืมว่า “หนี้เสีย ทุกธนาคารต้องจัดชั้นหนี้ และสำรองหนี้” รัฐบาลก็อย่ายกเว้นให้ธนาคารรัฐไม่ต้องจัดชั้นหนี้อีก เดี๋ยวจะบิดเบือนตลาดเงินไปใหญ่ ธนาคารชาติซึ่งเป็นแม่ของกระเป๋าเงินก็อย่าตามใจรัฐบาลเกินเหตุ เตรียมแผนสอง NPL ปีหน้าต้องติดตามหนี้ 50% ของรายได้ รายงานให้รู้ด้วยว่าผลเป็นอย่างไร จะจัดการอย่างไร นโยบายเช่นนี้ใช้เวลา 2-5 ปี ถึงจะระเบิด ดังนั้นควรบอกรัฐบาลใหม่ด้วยให้รับมือ

ฝากให้คิดให้ดีครับ เอาประเทศเป็นที่ตั้ง อย่าเอากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเป็นแรงกดดันจนเกินไป...เอาให้ประเทศไทยโชคดีครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท