
แซสแนะเกาะติดโลกไซเบอร์
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การทำธุรกรรมในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการในการติดต่อสื่อสารโดยอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีความสะดวกรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามมาเช่นกัน
ปัจจุบัน อาชญากรทางไซเบอร์ไม่ได้มุ่งคุกคามเว็บไซต์เฉพาะองค์กรด้านการเงิน หรือผู้ค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน และเข้าไปดำเนินการเกี่ยวกับการเงินของบุคคลเหล่านั้น โดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น หน่วยงานด้านการจัดเก็บภาษี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถือว่าเป็นเป้าหมายของอาชญากรทางไซเบอร์ เพราะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดส่วนบุคคลเอาไว้จำนวนมหาศาล
อิมาม ฮอค กรรมการผู้จัดการ สายงานด้านโซลูชั่นการป้องกันการทุจริตทางไซเบอร์ บริษัท แซส ประจำยุโรปตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า อาชญากรไซเบอร์กำลังมุ่งเป้าหมายมายังตลาดเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะจีนซึ่งมีตัวเลขการเติบโตของผู้ใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงปริมาณผู้ใช้บริการธนาคารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภัยคุมคามเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังมีประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่มีแนวโน้มการโดนโจมตีสูง อาทิ ออสเตรเลีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ขณะที่ในไทยแนวโน้มการถูกโจมตีจากอาญชากรไซเบอร์เริ่มมีมากขึ้น และในอีก 2-3 ปีจะเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันภาษาไทยยังเป็นอุปสรรคต่อการโจมตีของอาชญากร รวมทั้งความรู้ทางระบบไอทีทำให้การโจมตียังมีไม่มากนัก ซึ่งธุรกิจที่โดนโจมตีจะเป็นสถาบันการเงิน ธุรกิจเพย์เมนต์ และธุรกิจค้าปลีกการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต
ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายทั่วโลกในปีที่ผ่านมาจากอาชญากรไซเบอร์โจมตีราว 13,875-21,645 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโต 20% โดยธุรกิจที่ได้รับการโจมตีมากที่สุด คือ ธุรกิจเพย์เมนต์ สัดส่วน 32% สถาบันการเงิน 27% และธุรกิจค้าปลีก 13% โดยในอเมริกาและยุโรปยังมีหน่วยงานภาครัฐอีก 2 หน่วยงาน ได้แก่ ด้านการจัดเก็บภาษี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่โดนโจมตี
“เมื่อเกิดการโจมตีจากอาชญากรไซเบอร์ โดยที่แอนตี้ไวรัสไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้แล้ว ต้องใช้ระยะเวลาตรวจสอบถึง 200 วัน ซึ่งไม่ทันต่อความสูญเสีย ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแซส ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ระบบวิเคราะห์พฤติกรรม 6 ด้าน อาทิ การจับจ่ายซื้อสินค้าของลูกค้า หรือคำนวณพนักงานในองค์กรมีพฤติกรรมผิดปกติ เพื่อป้องกันความสูญเสีย”
อิมาม กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้าที่จะใช้บริการแซส ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ เป็นกลุ่มสถาบันการเงินที่อเมริกา 2 ราย และรัฐบาลก็มีความสนใจระบบดังกล่าว สำหรับในไทยเบื้องต้นได้นำเสนอระบบดังกล่าวผ่านทางลูกค้าสถาบันการเงินบ้างแล้ว เพื่อเป็นโซลูชั่นรองรับกับการโจมตีอาชญากรไซเบอร์ในอนาคต นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนทำตลาดที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียเพิ่มเติม
สิ่งที่สำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์ คือ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และองค์กรต่างๆ ต้องสร้างหน่วยข่าวกรองของตนเอง เพื่อเกาะติดเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์ และจัดทำเป็นรายการขึ้นบัญชีดำ มีการแบ่งปันระหว่างกัน เพื่อหยุดยั้งการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ล่วงหน้า







