
คิดดอกเบี้ยไม่เกิน15%
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
ปัญหาหนี้นอกระบบ เจ้าหนี้โหดโขกดอกเบี้ยสูง เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับคนไทย แม้ว่าจะมีกฎหมายหลายฉบับที่จะสามารถบังคับใช้ลงโทษเจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้นอกระบบได้ก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะกำราบให้เจ้าหนี้นอกระบบเกรงกลัวกฎหมายได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ซึ่งมีการบังคับใช้มานานกว่า 83 ปี โดยจะต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมและทันสมัย
อีกทั้งปัจจุบันพบว่าหนี้นอกระบบมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งรูปแบบพฤติกรรมการปล่อยเงินกู้ที่เอารัดเอาเปรียบฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ดังนั้นการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้โดยจะเพิ่มโทษให้นายทุนหนี้นอกระบบได้เกรงกลัวอาญาของกฎหมาย
สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ จึงได้มีกำหนดอัตราโทษเพิ่มขึ้นจากเดิมผู้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา 15% ต่อปี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ได้ปรับเพิ่มอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท
ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเป็นกลุ่มกระบวนการที่เป็นลักษณะนายทุนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และหากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดความหมายของคำว่า ดอกเบี้ย หมายรวมถึง ค่าธรรมเนียมและค่าบริการเรียกเก็บ เพราะที่ผ่านมามักมีการใช้ถ้อยคำอื่นที่ทำให้เข้าใจว่าไม่ใช่ดอกเบี้ย เพื่ออาศัยช่องโหว่หลีกเลี่ยงกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังมีข้อยกเว้นกำหนดมิให้ใช้บังคับแก่สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และมีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) กำหนดให้สถาบันการเงินภายใต้ พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 สามารถเก็บดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% มากกว่าดอกเบี้ยที่ธนาคารทั่วไปเรียกเก็บ แต่ถูกกว่าหนี้นอกระบบ







