
ไทยแลนด์ฟันด์
รัฐบาลกำลังเดินหน้ากระตุ้นการลงทุนในประเทศครั้งใหญ่ หลังจากการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงจากที่เคยขยายตัวได้ปีละ 5-6% เหลือเพียง 2%
รัฐบาลกำลังเดินหน้ากระตุ้นการลงทุนในประเทศครั้งใหญ่ หลังจากการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงจากที่เคยขยายตัวได้ปีละ 5-6% เหลือเพียง 2%
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังร่วมกับกระทรวงคมนาคมในการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สรุปชื่อ แต่อาจจะใช้ชื่อว่า ไทยแลนด์ฟันด์ โดยจะเร่งดำเนินการจัดตั้งให้เสร็จก่อนสิ้นปี 2558 เพื่อระดมทุนให้สอดคล้องกับการเกิดขึ้นของโครงการต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดต้นทุนที่ต้องแบกรับ(Carrying Cost) โดยการระดมทุนนั้นจะมาจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ
รมว.คลัง ชี้แจงว่า การระดมทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจะไม่สร้างปัญหาสภาพคล่องให้ระบบการเงิน เพราะปัจจุบันในระบบการเงินไทยมีสภาพคล่องเหลืออยู่ 1.5-2 ล้านล้านบาท เอกชนเองก็อยู่ในฐานะที่ดีพร้อมที่จะลงทุน ส่วนการบริหารจัดการกองทุนนั้นจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารกองทุนของรัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
“นักลงทุนจากทั่วโลกมีความสนใจที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีความไม่ชัดเจน จากการที่ประเทศไทยประกาศโครงการไปหลายโครงการ แต่ไม่สามารถเดินหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ รัฐบาลนี้เชื่อว่า เมื่อมีการเดินหน้า 5 โครงการนำร่อง จะสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดให้นักลงทุนจากภายนอกมาลงทุนในประเทศไทยในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะจัดตั้งขึ้นมาได้” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาอนุมัติให้ลดขั้นตอนการดำเนินการการลงทุนในรูปแบบโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี ฟาสต์แทร็ก) โดยลดเวลาลงเหลือ 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม นายอภิศักดิ์ ชี้แจงว่า การกำหนดเวลาสำหรับ 5 โครงการ ที่รัฐบาลกำลังเร่งรัดในครั้งนี้จะเห็นว่าเร็วกว่า 9 เดือน เรียกว่า ซูเปอร์ ฟาสต์แทร็ก ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนในการลงทุนได้มากขึ้น โดยภาครัฐคาดหวังว่าเอกชนจะมีการลงทุนมากขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากที่ผ่านมาในระยะเวลา 10 ปี ต้องยอมรับว่าการลงทุนของภาคเอกชนไทยลดน้อยลงจากเดิม ทำให้ประสิทธิภาพการลงทุนของประเทศลดลง จึงมีการปรับปรุงขั้นตอนเหล่านี้ให้รวดเร็วขึ้น
ก่อนหน้านี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาเป็นผลสำเร็จมีขนาดกองทุนราว 2 หมื่นล้านบาท อายุ 20 ปี จ่ายผลตอบแทน 4.7% เพื่อนำไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ







